ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ damonshoppu

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 
วรรณกรรม หมายถึง วรรณคดีหรือศิลป์ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นจากการคิด และก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง นำมาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยเคล็ดวิธีต่างๆโดยธรรมดา จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 พวก คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก มิได้เขียนบันทึก
 
ด้วยประการฉะนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงเรื่องราว นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ขบขัน เรื่องสั้น นิยาย บทเพลง คำคม ฯลฯ วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้รู้เรื่องระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารตัวอย่างเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข เครื่องหมาย และก็ภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาอาการ หรือประกอบวัสดุอุปกรณ์อันอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับในการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนและก็ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ แล้วก็บุคคล ยิ่งกว่านั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรืองดงามได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรจะดำรงและก็ยึดมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า คนเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบัน (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยเดี๋ยวนี้นั้นหมายความว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมปัจจุบันนั้นเริ่มตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่สมัย รัชกาล ที่ 5 พ.ศ. 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยแก้วในตอนนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ได้แก่ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีตัวอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมชนิดร้อยกรองในเวลานี้เป็นวรรณกรรมที่ต่างจากเดิมคือเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นในเรื่องวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นในเรื่องเรื่องของการใช้ภาษาแม้กระนั้นเน้นในเรื่องของการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดแก่ผู้อ่านมากยิ่งกว่า ตัวอย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ประเภท เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แล้วก็ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเทียบเคียงได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น สาระสำคัญที่เขียนตามใบปลิว ป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกจำพวก อาทิเช่น ตำรับตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็ถือเป็นวรรณกรรมทั้งปวง จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถบ่งบอกถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นกับ วรรณศิลป์ คือ ศิลปะสำหรับเพื่อการเขียนหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าหากวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็อาจได้รับสรรเสริญว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะกำหนดว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงช่วงเวลาที่แต่งหนังสือนั้นยาวนานเหมาะสมด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ เนื่องจากว่าอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแต่บางช่วงแค่นั้น ดังนั้นบางทีอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง พูดอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่ไตร่ตรองแล้วก็ตกแต่งให้ละเอียดอ่อน มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นค่าของการประพันธ์ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้ 2 ประเภท
 
- สารคดี คือ หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่ผู้อ่าน ซึ่งบางทีอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรื่นเริง เบิกบาน เบิกบานแก่นักอ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวแล้วก็ตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนวนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จะต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับมาเกิดใหม่ย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ว่าที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนพึ่งครองราชย์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงทราบดีว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย ขนาดไหนกับการจะต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำซากจำเจแบบนี้ แต่ในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะมีผลให้คุณรัก ตลก แล้วก็ซาบซึ้งน้ำตาซึม เหตุการณ์บางสิ่งที่หล่นหายไป ความรู้ความเข้าใจของตัวนำ การจัดการและก็การมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมาเกิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือเปล่า มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" แล้วก็ประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ทั้งชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอเจอเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตากรรมของพวกเขามีอันต้องเปลี่ยน แต่ว่าครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าแล้วก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจดจำเขาได้ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความจำของชาติก่อน ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย แล้วก็การต่อสู้ช่วงชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ชั่วชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความมั่งคั่งหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองวัยรุ่น การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นเจ้าขุนมูลนายคนอื่นๆคงเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นแตกต่างจากขุนนางทั่วๆ ไป แทนที่จะพอใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เงียบๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้ต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะผู้ที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่อ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูความก้าวหน้า ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยพวกเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่เราไม่รู้จัก ผู้ใหญ่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนแปลกหน้าหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เนื่องจากบางทีอาจจะเป็นของสกปรก เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้และก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำเตือนจำพวกนี้นัก นางบังเอิญเก็บเด็กผู้ชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บแล้วก็ตัวคนเดียว นางก็เลยนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย หลังจากเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะสร้างเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือเปล่า แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และเล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยให้เมิ่งถิงเอาตัวรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะเวลาปะทะกับแม่สามี แล้วก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่อย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ว่าศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตัวเองตายไปเสียก่อนเพราะเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุพึ่งจะยี่สิบก็สอบได้ลำดับหนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง เวลานี้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ประณีตบรรจงก็แค่กับเรื่องอาหารเพียงแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ เงียบขรึมไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ พื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บัญชาการของถังฟั่่นแล้วก็ศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขลาด เกรงอิทธิพล แค่เพียงรักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกที เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha