แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - หนุ่มน้อยคอยรัก007

หน้า: [1] 2
1

ขายยากษัยเส้น สารอาหารของอะโวคาโดอะโวคาโดเป็uykuilนประโยชน์ต่อสุขภาพ y;o;เพราะอุดม56u6ไปด้วยวิตามิน แล้วก็เกลือแร่ต่างๆเช่น- วิตามินอี บำรุงผิวพรรณ ลดไขi;มันy'/[p'y;pตันจำหน่ายากษัยเส้นในเส้นเลือด- สารต้านอนุมูลอิสระ ชy'o['ะลอค;op;วามชราภาพ ลดrlpoop'ควา8yy;0;มเสี่ยงของโรคมะเร็ulkiง- โพแทสเซียม lop'rjk8yลดระดับความดันโลหิต- โฟเลท ลดระดับความดันrk98l;เลือด- วิตามินเl;oipอ บำรุงสายตา- วิตามินopบี แก้อาการเหน็บชา- y8p0'วิตามินซี ป้องกันโรคiไข้หวัด บำรุงiy;น กรดrkiulekไขมันดี จำพวกไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับน้ำมันที่ทำจากมะกอก ช่วยลjku;opilop'ดคอเลสเตอรอลในเลือด แล้วก็คุ้มครองป้องกันโรคหัวใจได้t- สารแคโรทีนอยด์ต่างๆถึง 11 ชนิด โดยจะพบมากบริเวณพื้นที่เป็นสีเขีย';oวเข้มที่dsjykykykชิดกับใต้เปลือกฯลฯได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์จำหน่ายากษัยเส้นสูงที่สุด?1. ผ่าครึ่ง โดยใช้มีดกดตามแนวยาว จนมีดติgtlio;ดเมล็ด แล้วดันมีดออกไปบริเวณ2. ใช้มือบิดอะโวคาโดให้[เนื้อหลุดออกekui;opมาจากกัน3. ขายยากษัยเส้นใช้มีดสับบนเม็ดเบาๆให้มีดติดเมล็ด แล้วบิดมีดrli;k;l'ให้เม็ดหลุดติดมีดออกมา4. ผ่าครึ่งเนื้ออะโวคาโดอีกรอบ5. ใช้มือดึงเปลือกอะโวคาโดออกมา แทdui;li'p[djuyนการใช้ช้อนขูดเก็บอะโy;lop;วคาโดยังไง ไม่ให้ดำ?อะโวคาโดก็เสมืtlนผลไม้หลายๆประเภdk9;ท ที่ถึงแม้ว่าจะเfloi';p['ก็บเอาไว้ภายในตู้แช่เdiulย็น ก็อาจจะส่งผลให้สีของเนื้อrl9igfkเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาล เdkjulo;พราะเหตุว่าเนื้อผลไม้จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดyilioชั่น ที่เluloi;กิดขึ้นมาจากสารประกอบที่อยู่ในt7k8;;อะโวคาโดที่เรียกว่า ฟินอล เจอกับอากาศขายยากษัยเส้น แปลงเป็นสาlio;o;op'รประกอบที่มีชื่อว่า ควิโนน เมื่อควิโนนจับตัวกันเป็นโพลีเมอร์ที่มีโมเp'ppลกุลใหญ่ขึ้น ก็จะเกิดเป็นเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน นั่นเอง;;

Tags : ขายยากษัยเส้น,ขายยากษัยเส้น

2
อื่นๆ / ขายมะรุม ผลดีทางโภชนาการของมะนาว
« เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2018, 08:21:05 PM »

ขายมะรุม คุณประโยชน์fyjiu;lo9;ทางโภชนาการของมะนาวภาวการณ์ขาดธาตุเหล็ก การดูแลรักษาคนป่วยที่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไม่ดีกระทั่งylo980l;เกิดภาวะขาดธาตุเหล็ก หมอi;op'p'อาจเสนอแนะให้กินยาจำหน่ายมะรุมเสริมธาตุเหล็กควบคู่ไปกับวิตามินซี ซึ่งจะช่dfnjyukiulวยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ky89;-8urกของร่างกาย จึงเกิดไอเดีol8ยที่ทำการกินอาหารl/[prrriutที่อุดมด้วยวิตามินซีอย่างน้ำส้มหรือน้ำมะนาวบางทีก็อytlky8lาจจะสามารถช่o7วยคุ้j7tl9;มครองหรือรักษาภาวการณ์ขาดธาตุเหล็ก โดยนำ97pมาซึ่งการทำให้ร่า7กายซึมซับธา90ตุเtlu9;;หล็กจากอาหารต่างๆที่กินเข้าไปก้า97;0-'-'วหน้าด้วยแม้กระนั้น จtlk89y,koiu;ากผลการค้นคว้าด้านวิทยp098าศาสตร์ขายมะรุม งานค้นคว้าวิจัยหนึ่งทดสอบแบ่งกลุ่มหญิงที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก กลุ่มละ 18 คน โดยกรุ๊ปหนึ่งรับประทานน้ำมะนาวที่มีวิตามินซี 25 มก. วันละ 2 ครั้ง อาทิตย์ละ 6 วัน เป็นเวลานาน 8 เดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งกินยาหลอก ผลพบว่าการกินน้ำมะนาวมิได้ช่วยเพิ่มระดับธาตุเหล็กในร่าoงกายของหญิ9uo';'งที่;.มีสpo;ภาวะนี้แต่อย่างใดแก้อาการจำหน่ายมะรุมคลื่นไส้ มะนาวผ่าซี;877ก โรยเกลือลงไปน้อยแล้วก็บีบน้ำ'oitมะนาวใส่ปากเป็นเลิศในเทคนิคทุเลาอาการคลื่นไส้ยอดนิยม แต่จะสำเร็จจริงหรือไม่นั้นยังไม่มีเล่l;op';าเรียนเกี่ยวกับคุณ6+3ประโยชน์ด้านนี้ของมะ['p0'นาวออกมารับรอง อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้นับเl8l;['-5j78863ป็นแนวทางง่ายๆที่สามารถลองใช้ได้อย่างไม่น่าจะเป็นอันตราย ถ้าเกิดเป็นอาการอ้วกทั่วๆไปที่ไม่รุนแรง แต่ว่าแม้ทดลองแล้วยังไม่หายหรือมีลัก6y9ษณk875tl0'p['rjktk89ะขายมะรุมผิด65ปกติก็ควรจะไ6tl9807;l9;ปพบแพทย์เพื่อตรวจทานอาการจะเหมาะสมที่สุด เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆโรค

Tags : ขายมะรุม,จำหน่ายมะรุม,ขายมะรุม

3

สมุนไพรรากสามสิบ
สมุนไพร รากสามสิบแคปซูล รากสามสิบ แบบล้วน  คุณประโยชน์แล้วก็ประโยชน์ สิ่งที่ห้าม ผลข้างเคียงจากรากสามสิบ สำหรับเพศหญิงที่มีปัญหาเรื่องกระชับช่องคลอด
อยู่เช่นไรให้ชีวิต Sex ดียิ่งขึ้น กระชับช่องคลอด เพิ่มน้ำหล่อลื่น ทำให้กระชับ (รีแพร์) แบบผู้หญิง ทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง มีความชื้น และก็ มีความสุขทางเพศ รักษาสภาวะประจำเดือนแตกต่างจากปรกติ ปวดรอบเดือน มีบุตรยาก ตกขาว ไม่มีอารมณ์ทางเพศ  กามตายด้าน บำรุงน้ำนม บำรุงท้อง คุ้มครองป้องกันแท้ง ราคาแพงส่ง และก็ ราคาไม่แพง ยี่ห้อ รีวิวมากมาย กว่า 8 ปี
สมุนไพรย้ำ กระชับ ช่องคลอด ตกขาว เมนส์ อารมณ์เพศปรวนแปร ไร้สมรรถภาพทางเพศผู้หญิง รากสามสิบ ราชินีสมุนไพรชีวิตครอบครัว  ดูแลปัญหาระบบข้างในช่องคลอดไม่กระชับรวมทั้งมีปัญหาชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาบนเตียงมีเหม็นอับ ไม่พึ่งมุ่งหวังตกขาวมดลูกต่ำ สตรีวัยทอง ดูแลปัญหาประจำเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติ
สมุนไพร รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด
ปัญหาลับๆอาทิเช่น ช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับ ปวดท้องเวลามีประจำเดือน เมนส์ไม่ตามกำหนด คือปัญหาต่างๆที่ก่อกวนจิตใจของหญิงกว่า 98% รวมทั้ง ทรวงอกเล็กแบบ หย่อนยาน ท้องป่อง หรือปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นจากการขาดสมดุลในฮอร์โมน แนะนำ กวาวเครือขาว รวมทั้ง รากสามสิบ ซื้อ กวาวเครือขาว และก็ รากสามสิบ
รากสามสิบ กระชับช่องคลอด
สรรพคุณ ประโยชน์ และก็ ข้อบังคับ ผลข้างเคียง
สมุนไพรไทย รากสามสิบแบบแคปซูล กระชับสำหรับสตรี  ไม่ว่าจะเป็นอย่างยิ่งเสือโคร่ง โด่งไม่รู้จักล้ม สาวน้อยตกเตียง กระทั่งมาถึงรากสามสิบหรือต้นสาวร้อยผัวนี้แหละ ต่างคนต่างสับสน ว่ามันเป็นอย่างไร สรรพคุณ ทำให้กลับมาเป็น ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี สาว(female rejuvention) กระชับช่องคลอด รักษาสภาวะเมนส์มาแตกต่างจากปกติ ปวดรอบเดือน สภาวะมีบุตรยาก ตกขาว อารมณ์ทางเพศถดถอย  สภาวะหมดประจำเดือน บำรุงนม บำรุงครรภ์ ปกป้องการแท้ง นอกนั้นยังใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดในเพศชายได้ด้วยครับ  ยิ่งกว่านั้นยังมีการประยุกต์ใช้เป็นยาแก้ไอ ยาแก้โรคกระเพาะ แก้ไข้ แก้อักเสบ ได้แบบเดียวกัน เป็นสมุนไพรที่มีการออกฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน 
ต้น รากสามสิบ แคปซูล แพทย์ยาในแต่ก่อนจะเรียกกันว่า"สาวร้อยสามี" โดยมากใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ทำให้มีแรง กระปรี้กระเปร่า ไม่แก่ ราวกับๆสาวสองพันปี
ในตำราอายุรเวทใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในสตรี ในการทำให้เพศหญิงกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) นอกจากนั้น ยังช่วยไขปัญหาอื่นๆของสตรี ดังเช่นว่า ภาวะรอบเดือนผิดปกติ ปวดระดู สภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวะหมดอารมณ์ทางเพศ ภาวะหมดรอบเดือน (menopause) บำรุงน้ำนม บำรุงท้อง คุ้มครองปกป้องการแท้ง (habitual abortion)

สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ กระชับข้างในสตรี ชุดกระชับแบบสาวรุ่น
" รากสามสิบ " เป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยกันเยอะพอควร ในด้านการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยในห้องทดลองพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหมายถึงต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้วก็เชื้อรา คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งเบาหวาน เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง กระตุ้นภูมิต้านทาน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด ปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นจากความดันเลือดสูง ขับน้ำนม ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารยั้งพิษต่อตับ
ในแบบเรียนอายุรเวทใช้ รากสามสิบ เป็นสมุนไพรหลักสำหรับ บำรุงในผู้หญิง  สำหรับการ ทำให้เพศหญิงกลับมาเป็นสาว นอกเหนือจากนี้ยังช่วยไขปัญหาอื่นๆของสตรีเป็นต้นว่า ภาวะเมนส์ไม่ดีเหมือนปกติ ปวดระดู ภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวะหมดระดู สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด อาการตกขาว ปเขียน.เพิ่มอารมณ์เพศ
#รากสามสิบ ถือเป็นสมุนไพรที่มีสาระมากมายสำหรับผู้หญิงช่วยสำหรับในการสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนเพศหญิงจาก #รากสามสิบแคปซูล
เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติหลัก ในทางเภสัชมีการเสนอแนะว่าพืชที่ให้ เอสโตรเจน เป็นผลดีกว่าการใช้ตัวยาปรับสมดุลฮอร์โมน เนื่องมาจากไม่มีผลข้างเคียงในทางลบ "ราชินีแห่งสมุนไพร"
เหตุผลที่ สาวๆนิยมใช้ รากสามสิบ ง่ายๆคือ ทานแล้วเห็นผล
1 ช่วยกระชับช่องคลอด  ทำให้แฟนไม่เบื่อ แทบจะไม่เคยทราบเลยว่าเราเคยมาก่อนรึเปล่า  เสมือนเป็นครั้งแรกของพวกเรา
2 ช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดสะอาด ไม่กังวลเรื่อง กลิ่นอับ อีกต่อไป
3 เป็นสมุนไพรที่ได้มาจากธรรมชาติ ไม่ใช่สารเคมี ไม่หลงเหลือ ไม่ส่งผลเสียในระยะยาว
4 ราคาถูก เพราะว่าเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ในประเทศไทย ภูมิปัญญาไทยๆไม่เสียค่านำเข้าอะไรก็ตาม
 ขนาดรับประทาน
4 ขวด เริ่มกระชับ สุขสบาย
6 กระชับแบบสาวรุ่น มีความสุขแน่ๆ
12 ผลนาน และก็ ได้ผลเกือบจะถาวร (รายตัว)
รากสามสิบ แคปซูล
ชุดนี้แถม ผสม ฮี่ยุ่มหรือต้นหญ้ารีแพร์ 1 ต่อ 1 กับ รากสามสิบ
รากสามสิบ "  เป็น สมุนไพรที่คนไทยรวมทั้งคนเอเชียใช้กันมาช้านานแล้ว  คนโดยมากรู้จักในชื่อ เรียกนาๆประการในแต่ละภาค ชื่อในภาคกึ่งกลางหรือคนทั่วๆไปเรียกขานว่า "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก"นั่นเอง แพทย์ยาโบราณจำนวนมากจะรู้ว่าสาวร้อยสามีเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงให้ชื่อว่า "สาวร้อยผัว" ชื่อนี้หมายคือไม่ว่า สาวใดจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้(ไม่ได้หมายคือสาวใจแตก)  ความหมายคล้ายๆสาวสองพันปีที่ยังสาวเสมอนั่นเอง แล้วก็เป็นที่น่าแปลกใจว่าในประเทศอินเดียก็เรียกสมุนไพรประเภทนี้คล้ายกับประเทศไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตวารี (Shtavari) แปลว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางหนังสือเรียนบอกว่าหมายคือผู้หญิงที่มีร้อยผัว "Satavari" http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

4

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรคำป่า[/url][/size][/b]
คำป่า Mallotus philippensis (Lam.) Muell. Arg.
บางถิ่นเรียกว่า คำป่า คำแดง คำแสด ทองเหล่า มะคาย แสด (กึ่งกลาง) กายขัดหิน ขี้เนื้อ (เชียงใหม่) กือบอ ซาบอเส่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ขางปอย ซาดป่า (จังหวัดนครพนม) กลิ่นเต่า (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ทองขาว (เลย) คำแสด (กลาง จังหวัดราชบุรี) พลับพลากลิ่นเต่า (นครศรีธรรมราช) พลากวางใบใหญ่ (ตรัง) มะกายคัด (เหนือ) ไม่นยะมายา (มลายู-ยะลา) มือราแก้ปูเต๊ะท่า (มลายู-นราธิวาส) ลายเพศผู้ (เมืองจันท์) ไม้ตีพริก ละว้า (พิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย).
ไม้พุ่ม หรือ  ไม้ต้น สูงได้ 5-15 มัธยม ยอดอ่อนมีต่อมสีแดงเล็กๆตามกิ่งมีขนสีน้ำตาล. ใบ ผู้เดียวเรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปรี หรือรูปไข่ กว้าง 3-10 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ หรือ หยักเล็กน้อย โคนใบแหลม มน หรือ ตัด ที่โคนสุดมีต่อม 1 คู่ เส้นใบคู่ด้านล่างออกจากโคนใบ ขึ้นสูงเหนือกลางใบ เส้นใบย่อยเรียงเป็นขั้นบันได เส้นนูน เห็นชัดทางข้างล่าง สีเขียวอมเหลือง ข้างล่างสีขาวนวล ก้านใบยาว 2-7 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุม. ดอก ออกเป็นช่อ เป็นกลุ่ม มีขนสั้นๆปกคลุม ช่อยาว 2.5-16 ซม. ก้านดอกมีขนรูปดาว. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 2-3.5 มม. กลีบดอกมี 3-4 กลีบ ยาว 2.5-3 มม. เกสรผู้ 23-32 อัน. ดอกเพศภรรยา ก้านดอกยาว 0.5-1 มิลลิเมตร กลีบดอกมี 5 กลีบ โคนกลีบชิดกันบางส่วน ยาว 1-2 มิลลิเมตร รังไข่มีขนรูปดาว ข้างในมี 3 ช่อง ปลายท่อรังไข่รูปยาวๆ2-4.5 มม. ผล รูปกลมแป้น มีพูตื้นๆ3 พู มีต่อมสีแดงปกคลุม, ข้างในมีขน กว้าง 7.5-10 มม. ยาว 5.7 มม. เมล็ด รูปไข่ค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในป่าดงดิบ, ป่าละเมาะ และจากที่โล่งแจ้งพื้นดินปนหิน เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,100 มัธยม, บางที่ปลูกไว้เพื่อทำยา.
คุณประโยชน์ : ราก ใบ รวมทั้ง ขนผล ตำรวมกับน้ำผึ้ง, ทาแก้สัตว์มีพิษกัดต่อย, ทาแก้ปวดแผลอักเสบ, แก้สิว และก็ลอดฝ้า ผล น้ำต้มผล รวมทั้งใบ กินแก้หวัด ผงจากขนผล และก็ต่อมสีแดง, ใช้เป็นยาระบาย ขับพยาธิตัวตืดที่เป็นกับสัตว์เลี้ยง เมล็ด ทำเป็นผง ใช้พอกแผล

5

โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema)
โรคถุงลมโป่งพอง เป็นอย่างไร โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) เป็นโรคที่อยู่ในกรุ๊ปของโรคปอดอุดกันเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) ซึ่งโรคปอดอุดกันเรื้อรัง จะประกอบไปด้วยโรคหลอดลมอักเสบและก็ถุงลมโป่งพอง โดยทั่วไปแล้วจะเจอลักษณะของ 2 โรคนี้ร่วมกัน แม้กระนั้นหากตรวจเจอว่าปอดมีพยาธิภาวะของถุงลมที่โป่งพองออกเป็นจุดเด่น ก็จะเรียกว่า “โรคถุงลมโป่งพอง” ซึ่งก็คือ ภาวะพิการอย่างคงทนของถุงลมในปอด ซึ่งเกิดขึ้นจากฝาผนังถุงลมเสียความยืดหยุ่นและก็เปราะง่าย ทำให้ถุงลมสูญเสียหน้าที่สำหรับเพื่อการแลกอากาศ และฝาผนังของถุงลมที่เปราะยังมีการแตกทะลุ ทำให้มีถุงลมขนาดเล็กๆหลายๆอันรวมตัวเป็นถุงลมที่โป่งพองรวมทั้งพิการ ส่งผลให้ปริมาณผิวของถุงลมที่ยังปฏิบัติภารกิจได้ทั้งหมดทั้งปวงลดน้อยลงกว่าปกติ รวมทั้งมีอากาศข้างในปอดมากยิ่งกว่าปกติได้ผลให้ออกสิเจนจึงไปสู่กระแสเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ลดลง ผู้ป่วยก็เลยมีอาการหายใจตื้นและเกิดอาการหอบง่ายตามมา
โรคนี้ชอบพบในคนแก่ (ช่วงอายุ 45-65 ปี) พบในเพศชายได้มากกว่าสตรี รวมทั้งมักพบร่วมกับโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังรวมทั้งแยกออกมาจากกันยาก คนไข้จำนวนมากจะมีประวัติการสูบยาสูบจัด  มานานเป็น 10-20 ปีขึ้นไป หรือไม่ก็มีประวัติอยู่การได้รับมลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศในปริมาณมากและก็ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆๆไม่ว่าจะเป็นอากาศเสีย ฝุ่นละออง ควัน หรือมีอาชีพทำงานในโรงงานหรือเหมืองแร่ที่หายใจเอาสารระคายเข้าไปบ่อยๆ โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุลำดับที่หนึ่งของการตายในพลเมืองทั่วทั้งโลก โดยในประเทศสหรัฐอเมริกาเจอเป็นลำดับที่ 4 ของมูลเหตุการเสียชีวิตของประชากร ถ้านับเฉพาะโรคถุงลมโป่งพอง อัตราการพบโรค คือ 18 คน ในราษฎร 1,000 คน  ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันนี้ของถุงลมโป่งพองในประเทศไทย มีแนวโน้มสูงมากขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกันกับทั่วทั้งโลก แล้วก็เป็นเลิศในสิบ สาเหตุของการเสียชีวิต ของพลเมืองไทย ก็เลยนับเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของเมืองไทยอีกโรคหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดถุงลมโป่งพอง เป็นการสูบบุหรี่ แต่ว่าจากการเรียนพบว่าคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นถุงลมโป่งพองมากกว่าไม่ได้ดูดบุหรี่มากถึง 6 เท่า ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ มักมีประวัติสูบบุหรี่จัด (มากยิ่งกว่าวันละ 20 มวน) นาน 10-20 ปีขึ้นไป พิษในยาสูบจะค่อยๆทำลายเยื่อบุหลอดลมและ ถุงลมในปอด ทีละเล็กทีละน้อย ใช้เวลานานนับสิบๆปี จนถึงท้ายที่สุดถุงลมปอดทุพพลภาพ เป็นสูญเสียหน้าที่สำหรับการแลกเปลี่ยนอากาศ (นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นอากาศเสียออกจากร่างกาย และนำออกสิเจนซึ่งเป็นอากาศดีเข้าสู่ร่างกาย โดยผ่านทางระบบทางเท้าหายใจ) เกิดอาการหอบอ่อนแรงง่าย และก็เกิดโรคติดเชื้อของปอดซ้ำซาก
นอกเหนือจากยาสูบซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคนี้แล้ว คนเจ็บส่วนน้อยยังอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ได้แก่ มลภาวะกลางอากาศ การหายใจเอามลพิษกลางอากาศ อย่างเช่น ควันจากการเผาไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิง ไอเสียรถยนต์ จะเพิ่มความเสี่ยงให้กำเนิดถุงลมโป่งพอง เพราะพบว่ามวลชนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆจะมีอัตราการป่วยเป็นโรคปอดอุดกันเรื้อรังซึ่งรวมถึงโรคถุงลมโป่งพองได้มากกว่าราษฎรที่อาศัยอยู่ในชนบท มลภาวะทางอากาศก็เลยน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย ควันพิษหรือสารเคมีจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองหรือควันพิษที่มีส่วนประกอบของสารเคมีหรือฝุ่นผงจากไม้ ฝ้าย หรือวิธีการทำบ่อแร่ แม้หายใจเข้าไปในปริมาณที่มากและเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็มีโอกาสเสี่ยงที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดถุงลมโป่งพองได้มากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มจังหวะมากขึ้นไปอีกแม้เป็นผู้ที่สูบบุหรี่ ภาวการณ์พร่องสารต้านทริปสิน (α1-antitrypsin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีคุ้มครองปกป้องการถูกทำลายของเนื้อเยื่อเกี่ยวข้องจากสารต่างๆก็เลยช่วยคุ้มครองป้องกันไม่ให้ถุงลมปอดถูกสารพิษ สภาวะนี้จัดเป็นโรคทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดไปสู่บุตรหลานได้ ซึ่งโรคทางพันธุกรรมจำพวกนี้โดยมากจะเจอในคนเชื้อชาติผิวขาว มักเกิดอาการในกลุ่มผู้เจ็บป่วยที่แก่ต่ำกว่า 40-50 ปี และก็คนเจ็บชอบไม่ดูดบุหรี่ อย่างไรก็ตาม ภาวการณ์นี้ก็พบเกิดได้น้อยมากคือราวๆ 3% ของโรคปอดเรื้อรังทั้งหมดทั้งปวง
ลักษณะของโรคถุงลมโป่งพอง ระยะเริ่มต้นจะมีลักษณะของหลอดลมอักเสบเรื้อรัง กล่าวอีกนัยหนึ่งจะมีอาการไอมีเสลดเรื้อรังเป็นนานแรมเดือนนานแรมปี คนป่วยชอบไอหรือขากเสมหะในคอภายหลังจากตื่นนอนช่วงเช้าเสมอๆ จนถึงนึกว่าเป็นเรื่องปกติและไม่ได้ใส่ใจดูแลรักษา ถัดมาจะเริ่มไอถี่ขึ้นทั้งวัน และมีเสลดมากมาย ในระยะแรกเสมหะมีสีขาว ต่อมาบางครั้งก็อาจจะกลายเป็นสีเหลืองหรือเขียว จับไข้ หรือหอบอ่อนล้าเป็นบางครั้งจากโรคติดเชื้อเข้าแทรก นอกเหนือจากอาการไอเรื้อรังดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นแล้ว คนเจ็บจะมีลักษณะอาการเหน็ดเหนื่อยง่ายเวลาออกแรงมาก  อาการหอบอ่อนแรงจะเบาๆเป็นมากขึ้น แม้กระทั้งเวลาเดินตามธรรมดา เวลากล่าวหรือทำกิจกรรมนิดๆหน่อยๆในชีวิตประจำวันก็จะรู้สึกเหนื่อยง่าย
                   ถ้าหากคนป่วยยังสูบบุหรี่ต่อไป ในที่สุดอาการจะรุนแรง กระทั่งแม้กระทั้งอยู่เฉยๆก็รู้สึกหอบอ่อนแรง ทั้งนี้เนื่องมาจากถุงลมปอดพิการอย่างรุนแรง ไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่เปลี่ยนอากาศ นำออกสิเจนไปเลี้ยงร่างกายให้กำเนิดพลังงาน คนป่วยมักมีอาการกำเริบเสิบสานหนักเป็นบางครั้ง เนื่องด้วยมีการติดโรค (หลอดลมอักเสบ ปอด) เข้าแทรก ทำให้เป็นไข้ ไอมีเสลดเหลืองหรือเขียว หายใจหอบ หายใจมีเสียงดังวี้ดๆตัวเขียว กระทั่งจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล  เมื่อเป็นถึงกับขนาดระยะร้ายแรง ผู้ป่วยมักมีลักษณะอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด รูปร่างผอมโซ มีอาการหอบอิดโรย อยู่ตลอดระยะเวลา มีลักษณะอาการทรมาณสาหัสรวมทั้งบางทีอาจเสียชีวิตได้จากโรคแทรกซ้อน
                นอกเหนือจากนั้น ในบางรายอาจพบว่ามีริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีคล้ำออกม่วงเทาหรือฟ้าเข้มเนื่องมาจากขาดออกซิเจน หรือหากมีลักษณะหายใจตื้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนานนับเป็นเวลาหลายเดือนรวมทั้งมีอาการที่แย่ลงอีกด้วย
ปัจจัยเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง ปัจจัยเสี่ยง แบ่งได้เป็น 2 กรุ๊ปหมายถึง

  • ต้นเหตุด้านคนไข้ ตัวอย่างเช่น ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ขาดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (Enzyme) ชื่อ Alpha-one antitrypsin ซึ่งเป็นเอนไซม์ป้องกันการเช็ดกทำลายของเยื่อเกี่ยวข้องจากสารต่างๆซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดไปสู่บุตรหลานได้
  • เหตุด้านสถานการณ์แวดล้อม มีความจำเป็นสูงที่สุด ได้แก่
  • ควันจากบุหรี่ เป็นต้นเหตุสำคัญที่สุดของโรคนี้ พบว่ามากกว่าจำนวนร้อยละ 75.4 ของคนไข้ COPD มีต้นเหตุมาจากยาสูบ การสูบบุหรี่ เป็นต้นเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งรวมถึงบุหรี่ยาเส้นพื้นบ้านด้วย ปริมาณและก็ระยะเวลาที่ดูดบุหรี่มีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรค ยิ่งดูดบุหรี่มากมายรวมทั้งดูดมานานยาวนานหลายปี ก็ได้โอกาสเกิดโรคนี้ได้มาก นอกจากนั้นผู้ที่มิได้ดูดบุหรี่เอง แม้กระนั้นได้รับควันของบุหรี่จากคนอื่นต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆก็ได้โอกาสกำเนิดโรคนี้ได้เหมือนกัน
  • มลพิษทั้งยังในบริเวณบ้าน สถานที่ทำงาน รวมทั้งที่ชุมชนที่สำคัญเป็นการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการทำอาหาร (biomass fuel) และสำหรับเคลื่อนเครื่องจักรต่างๆ(diesel exhaust)


กรรมวิธีการรักษาโรคถุงลมโป่งพอง การวิเคราะห์โรคถุงลมโป่งพอง หมอจะอาศัยองค์ประกอบหลายสิ่งหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ประวัติสัมผัสสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ร่วมกับ อาการ ผลการตรวจร่างกาย ภาพรังสีหน้าอก และรับรองการวินิจฉัยด้วย spirometry ดังอาการดังกล่าวต่อไปนี้
อาการ ส่วนใหญ่คนไข้ที่มาพบแพทย์จะมีลักษณะเมื่อพยาธิสภาพแผ่ขยายไปมากแล้ว อาการที่ตรวจเจอ เป็นต้นว่า หอบ เมื่อยล้าซึ่งจะเป็นมากขึ้นเรื่อยไอเรื้อรังหรือมีเสมหะโดยเฉพาะในตอนเช้า อาการอื่นที่เจอได้เป็นแน่น อก หรือหายใจมีเสียงหวีดร้อง
การตรวจทางรังสีวิทยา ภาพรังสีทรวงอกมีความไวน้อยในการวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง แม้กระนั้นมี จุดสำคัญในการแยกโรคอื่น ในคนไข้ emphysema บางทีอาจเจอลักษณะ hyperinflation คือ กะบังลมแบน ราบแล้วก็หัวใจมีขนาดเล็กมีอากาศในปอดมากกว่าปกติ ในผู้ป่วยที่มี corpulmonale จะพบว่าหัวใจห้องขวา รวมทั้ง pulmonary trunk มี ขนาดโตขึ้น และก็ peripheral vascular marking ต่ำลง
การตรวจสมรรถนะปอด Spirometry มีความจำเป็นสำหรับในการวินิจฉัยโรคนี้มาก รวมทั้งสามารถจัดระดับความรุนแรงของโรคได้ด้วย โดยการตรวจ spirometry นี้จะต้องตรวจเมื่อคนไข้มีลักษณะอาการคงเดิม (stable) และไม่มีลักษณะกำเริบของโรคอย่างต่ำ 1 เดือน การตรวจนี้สามารถวินิจฉัยโรคได้ตั้งแต่ระยะที่คนเจ็บยังไม่มีอาการ  โดยหมอจะให้คนป่วยหายใจเข้าให้เต็มที่ แล้วเป่าลมหายใจออกอย่างเร็วผ่านเครื่องสไปโรมิเตอร์ (Spirometry) แล้ววัดดูค่า FEV1 (Forced expiratory volume in 1 second) ซึ่งก็คือ ปริมาตรอากาศที่หายใจออกใน 1 วินาที แล้วก็ค่า FVC (Forced vital capacity) ซึ่งก็คือ ความจุอากาศที่หายใจออกทั้งสิ้นจนกระทั่งสุดอย่างเต็ม 1 ครั้ง จะเจอรูปแบบของ airflow limitation โดยค่า FEV1 / FVC ข้างหลังให้ยาขยายหลอดลมน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 70 และก็แบ่งความรุนแรงเป็น 4 ระดับ โดยใช้ค่า FEV1 หลังให้ยาขยายหลอดลม

การตรวจด้วยเครื่องตวงออกซิเจนปลายนิ้ว (Pulse oximetry) เป็นการตรวจเพื่อวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ซึ่งในคนเจ็บโรคถุงลมโป่งพองมักจะมีออกซิเจนในเลือดต่ำ คือ วัดค่าความอิ่มตัวของออกสิเจนในเลือดได้น้อยกว่าธรรมดา เพราะร่างกายมิได้รับออกสิเจนอย่างเพียงพอ (โดยค่าปกติจะอยู่ที่ 96-99% ถ้าหากน้อยกว่านี้ผู้เจ็บป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลียเป็นอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ)
การตรวจหาระดับสารทริปซินในเลือด แม้ผู้ป่วยที่เป็นโรคถุงลมโป่งพองมีอายุน้อยกว่า 40-50 ปี ต้นสายปลายเหตุอาจมาจากภาวะพร่องสารต่อต้านทริปสินซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมได้ คนเจ็บก็เลยจึงควรตรวจค้นปริมาณ α1-antitrypsin ในเลือด
การดูแลรักษา เพื่อทรงสภาพร่างกายเดี๋ยวนี้ให้ดีเยี่ยมที่สุด แล้วก็เพื่อ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประกอบด้วย หลัก 4 ประการ คือ  การเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง  การดูแลและรักษา stable COPD  การคาดคะเนแล้วก็ติดตามโรค  การดูแลและรักษาสภาวะกําเริบทันควันของโรค (acute exacerbation)

  • การหลบหลีกสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง สำหรับการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหมายถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้เจ็บป่วยเลิกสูบบุหรี่อย่างถาวร โดยใช้พฤติกรรมบำบัด หรือร่วมกับยาที่ใช้ช่วยเลิกบุหรี่ รวมทั้งหลบหลีกหรือลดมลพิษ ยกตัวอย่างเช่น หลีกเลี่ยงการใช้เตาถ่านในที่อากาศระบายไม่ดี ฯลฯ
  • การรักษา stable COPD การรักษาคนป่วยอาศัยการประมาณความร้ายแรงของโรคตามอาการรวมทั้งผล spirometry ส่วนต้นเหตุอื่นที่ใช้ประกอบสำหรับในการพิเคราะห์ให้การรักษา เช่น ประวัติการเกิดภาวะกำเริบรุนแรงของโรค ภาวะแทรกซ้อน ภาวการณ์หายใจล้มเหลว โรคอื่นที่พบร่วม และสถานะสุขภาพ  (health status) โดยรวม


การให้ข้อมูลที่สมควรเกี่ยวกับโรค และก็แนวทางรักษาแก่ผู้ป่วยแล้วก็ญาติ จะช่วยให้การดูแลรักษามีคุณภาพ ผู้เจ็บป่วยมีความถนัดสำหรับในการเรียนรู้การใช้ชีวิตกับโรคนี้ดีขึ้น รวมทั้งสามารถวางแผนชีวิตในกรณีที่โรคดำเนินไปสู่ระยะสุดท้าย  (end of life plan)
การรักษาด้วยยา การใช้ยามีเป้าหมายเพื่อทุเลาอาการ ลดการกำเริบ และเพิ่มคุณภาพชีวิต ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาประเภทใดที่มีหลักฐานแจ่มชัดว่าสามารถลดอัตราการตาย และชะลออัตราการต่ำลงของสมรรถนะปอดได้ ซึ่งการดูแลรักษาดัวยยา จะประกอบด้วยยาต่างๆเช่น
ยาขยายหลอดลม ยากลุ่มนี้ทำให้อาการและก็สมรรถนะแนวทางการทำงานของคนเจ็บดีขึ้น ลดความถี่แล้วก็ความรุนแรงของการกำเริบ เริ่มคุณภาพชีวิตทำให้สถานะสุขภาพโดยรวมของคนป่วยดีขึ้น หากว่าคนเจ็บบางรายอาจจะมีการโต้ตอบต่อยาขยายหลอดลมตามเกณฑ์การตรวจ spirometry ก็ตาม
ยาขยายหลอดลมที่ใช้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหมายถึงβ2-agonist, anticholinergic แĈะ xanthine derivative
การบริหารขยายหลอดลม เสนอแนะให้ใช้แนวทางสูดพ่น  (metered-dose หรือ dry-powder inhaler) เป็นขั้นตอนแรกด้วยเหตุว่ามีคุณภาพสูงและผลข้างเคียงน้อย
ICS แม้ว่าการให้ยา ICS อย่างสม่ำเสมอจะไม่สามารถที่จะชะลอการน้อยลงของค่า FEV แม้กระนั้นสามารถทำให้สถานะสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น และลดการกำเริบของโรคในผู้เจ็บป่วยกรุ๊ปที่มีลักษณะร้ายแรงรวมทั้งที่มีอาการกำเริบบ่อย
ยาผสม ICS และ LABA ชนิดสูด มีหลักฐานว่ายาผสมกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ายา LABA หรือยา ICS ประเภทสูดคนเดียวๆโดยเฉพาะในผู้ป่วยขั้นร้ายแรงและก็มีอาการกำเริบเป็นประจำแม้กระนั้นก็ยังมีความโน้มเอียงที่จะกำเนิดปอดอักเสบสูงมากขึ้นเหมือนกัน
Xanthine derivatives มีคุณประโยชน์แม้กระนั้นเกิดผลข้างๆได้ง่าย ควรต้องตรึกตรองเลือกยาขยายหลอดลมกรุ๊ปอื่นก่อน ดังนี้ คุณภาพของยากลุ่มนี้ได้จากการเล่าเรียนยาประเภทที่เป็น sustained-release แค่นั้น
การดูแลรักษาอื่นๆวัคซีน แนะนำให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ช่วงเวลาที่สมควรคือ เดือนมีนาคม – ม.ย. แต่อาจให้ได้ตลอดทั้งปี การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด  (pulmonary rehabilitation) มีจุดประสงค์เพื่อลดลักษณะของโรค เพิ่มคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสามารถในการทำกิจวัตรที่ทำทุกๆวัน ซึ่งการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดนี้ จะต้องครอบคลุมทุกปัญหาที่เกี่ยวโยงด้วย ดังเช่นว่า ภาวะของกล้าม ภาวะอารมณ์รวมทั้งจิตใจ ภาวะโภชนาการฯลฯ ให้การบำบัดด้วยออกสิเจนระยะยาว  การดูแลรักษาโรคการผ่าตัด รวมทั้ง/หรือ หัตถการพิเศษ คนป่วยที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยยา แล้วก็การฟื้นฟูสมรรถภาพปอดอย่างมากแล้ว ยังควบคุมอาการไม่ได้ ควรส่งต่ออายุรเวชผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโรคระบบการหายใจ เพื่อประเมินการดูแลและรักษาโดยการผ่าตัด ดังเช่นว่า
           Bullectomy
           การผ่าตัดเพื่อลดขนาดปอด  (lung volume reduction surgery)
           การใส่เครื่องไม้เครื่องมือในหลอดลม (endobronchial valve)
           การผ่าตัดเปลี่ยนปอด
การประมาณและก็ติดตามโรค สำหรับการประมวลผลการดูแลรักษาจะต้องมีการประมาณทั้งยัง อาการผู้ป่วย  (subjective) และผลการตรวจ (objective) บางทีอาจประเมินทุก 1-3 เดือนตามความเหมาะสม ดังนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและต้นสายปลายเหตุทางเศรษฐสังคม
เมื่อใดก็ตามพบแพทย์ ควรติดตามอาการ อาการเหนื่อยหอบ บริหารร่างกาย ความถี่ของกการกำเริบของโรค อาการแสดงของการหายใจไม่สะดวก แล้วก็การประเมินวิธีการใช้ยาสูด
ทุก 1 ปี ควรจะวัด  spirometry ในผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนล้ารุกรามกิจวัตรประจำวันประจําวัน ควรจะวัด BODE Index, 6 minute walk distance, ระดับ oxygen saturation หรือ arterial blood gases
การดูแลและรักษาภาวะกำเริบเสิบสานกะทันหันของโรค  (acute exacerbation) การกำเริบกะทันหันของโรค คือ ภาวะที่มีลักษณะอาการอ่อนเพลียเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในระยะเวลาอันสั้น (เป็นวันถึงอาทิตย์) และก็/หรือ มีปริมาณเสลดเพิ่มขึ้น หรือมีเสมหะเปลี่ยนสี (purulent sputum) โดยจำต้องแยกจากโรคหรือสภาวะอื่นๆตัวอย่างเช่น หัวใจล้มเหลว pulmonary embolism, pneumonia, pneumothorax
การติดต่อของโรคถุงลมโป่งพอง โรคถุงลมโป่งพองมีสาเหตุจาก เยื่อบุหลอดลมและถุงลมในปอดถูกทำลายโดยสารพิษต่างๆดังเช่น สารพิษในควันบุหรี่ , มลพิษที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากอาการและก็สารเคมี ที่พวกเราดมกลิ่นเข้าไป เป็นระยะเวลานานและก็ในจำนวนที่มาก ซึ่งโรคถุงลมโป่งพองขาดการติดต่อ จากคนสู่คน หรือ จากสัตว์สู่คนอะไร แม้กระนั้นบางทีอาจเจอได้ว่ามีสาเหตุจากพันธุกรรม (สภาวะผิดพลาดสารต้านทานทริปซีน (a1-antitrypsin)) แต่ว่าเจอได้น้อยมาก โดยประมาณ 3% ของโรคปอดเรื้อรังทั้งปวง
การกระทำตนเมื่อป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพอง

  • ติดตามการดูแลรักษากับหมออย่างสม่ำเสมอแล้วก็ใช้ยารักษาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ดังที่หมอระบุ
  • เลิกยาสูบโดยเด็ดขาด
  • หลบหลีกการอยู่ในที่ที่มีมลพิษ เป็นต้นว่า ฝุ่น ควัน
  • กินน้ำมากๆวันละ 10-15 แก้ว เพื่อช่วยขับเสมหะ
  • ในรายที่เป็นระยะรุนแรง มีลักษณะอาการไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด ควรหาทางบำรุงของกินให้สุขภาพแข็งแรง
  • หากจำเป็นจะต้องจะต้องมีถังออกสิเจนไว้ประจำบ้าน เพื่อใช้ช่วยหายใจ ทุเลาอาการหอบอ่อนแรง
  • ถ้ามีลักษณะอาการแทรกซ้อน ตัวอย่างเช่น เป็นไข้ หายใจหอบ ก็ควรจะรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลในทันที
  • รับประทานอาการที่มีประโยชน์ครบ อีกทั้ง 5 กลุ่ม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด
การปกป้องตัวเองจากโรคถุงลมโป่งพอง

  • การคุ้มครองป้องกันที่สำคัญที่สุดหมายถึงการไม่ดูดบุหรี่ (รวมถึงยาเส้น) และเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่หรือสถานที่ที่มีควันจากบุหรี่
  • คนที่สูบบุหรี่จัด ถ้าเลิกดูดไม่ได้ ควรหมั่นไปพบหมอเพื่อรับการตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะหากเริ่มมีลักษณะไอบ่อยแต่ละวันโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน
  • เลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลภาวะในอากาศ และก็รู้จักใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองจากควันและก็พิษที่มีอันตรายต่างๆส่วนคนที่จะต้องดำเนินงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆควรจะไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
  • เลี่ยงการใช้ฟืนหุงหรือก่อไฟด้านในที่ขาดการถ่ายเทอากาศ
  • ถ้าเป็นโรคหลอดลมอักเสบและโรคหืด ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเอาจริงเอาจังแล้วก็รับประทานยาอย่างเคร่งครัด
สมุนไพรที่ใช้รักษา/บรรเทาลักษณะของโรคถุงลมโป่งพอง

  • ขิง แก่ สุดยอดของกินบำรุงปอด ช่วยขับสารนิโคตินในผู้สูบบุหรี่ มีคุณประโยชน์สำหรับในการกำจัดนิโคตินหลงเหลือในปอดรวมทั้งหลอดลม ช่วยกำจัดพิษที่เกิดขึ้นจากนิโคตินในกระแสโลหิต นอกเหนือจากนั้นยังมีสรรพคุณเด่นเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบทางเท้าหายใจ การเปิดหลอดลม ระบายขับความร้อน เวลากินขิงจึงรู้สึกโล่ง
  • กระเทียม กระเทียมเป็นยาบำรุงร่างกาย รับประทานเป็นยาแก้อักเสบในอก ในปอด แก้เสลด
  • ขมิ้น เป็นสมุนไพรฐานรากที่ใช้รักษาอาการอักเสบกับอวัยวะต่างๆแก้ไข้เพ้อคลั่ง แก้ไข้ร้อน แก้เสมหะ อายุเวทเสนอแนะให้รับประทานผงขมิ้นละลายกับน้ำผึ้ง เป็นยาบำรุงปอด รักษาแผลอักเสบในปอด มีขมิ้นแคปซูลกินตอนเช้าเย็นได้
  • ฟ้าทะลายมิจฉาชีพ รสขม สรรพคุณรับประทานแก้อาการอักเสบต่างๆแก้ไข้ แก้หวัด แก้ปอดอักเสบ แก้ไอ แก้เจ็บคอ
เอกสารอ้างอิง


  • สมุนไพรบำรุงปอด.สยามรัฐ
  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.ถุงลมปอดโป่งพอง.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่361.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.พฤษภาคม.2552
  • Spencer S, Calverley PM, Burge PS, et al. Impact of preventing exacerbations on deterioration of health status in COPD. EurRespir J 2004; 23:698-702.
  • Calverley P, Pauwels R, Vestbo J, et al. Combined salmeterol and fluticasone in the treatment of chronic obstructive pulmonary disease: a randomized controlled trial. Lancet 2003; 361:449-56
  • Eric G. Honig, Roland H. Ingram, Jr. Chronic bronchitis, emphysema, and airways obstruction, in Harrison’s Principles of Internal Medicine, 15th edition, Braunwald, Fauci, Kasper, Hauser, Longo, Jameson (eds). McGrawHill, 2001
  • Calverley PM, Anderson JA, Celli B, et al. Salmeterol and fluticasone propionate and survival in chronic obstructive pulmonary disease. N Engl J Med 2007; 356:775-89.
  • โรคถุงลมโป่งพอง-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์. http://www.disthai.com/
  • แนวปฏิบัติบริการสาธารณสุขโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ.2553.สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย,สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย,สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.วารสารวัณโรค โรคทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต.ปีที่31.ฉบับที่3.กรกฎาคม-กันยายน2553.หน้า102-110
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2.  “ถุงลมปอดโป่งพอง (Emphysema)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 432-436.
  • Szafranski W, Cukier A, Ramirez A, et al. Efficacy and safety of budesonide/formoterol in the management of chronic obstructive pulmonary disease. Eur Respir J 2003; 21:74-81.
  • Lung Health Study Research Group. Effect of inhaled triamcinolone on the decline in pulmonary function in chronic obstructive pulmonary disease: Lung Health Study II. N Engl J Med 2000; 343:1902-09.
  • Mahler DA, Wire P, Horstman D, et al. Effectiveness of fluticasone propionate and salmeterol combination delivered via the Diskus device in the treatment of chronic obstructive pulmonary disease. Am J Respir Crit Care Med 2002; 166:1084-91.
  • Burge PS, Calverley PM, Jones PW, et al. Randomised, double blind, placebo controlled study of fluticasone propionate in patients with moderate to severe chronic obstructive pulmonary disease: the ISOLDE trial. BMJ 2000; 320:1297-303.
  • Wongsurakiat P, Maranetra KN, Wasi C, et al. Acute respiratory illness in patients with COPD and the effectiveness of influenza vaccination: a randomized controlled study. Chest 2004; 125: 2011-20.
  • Pauwels RA. Lofdahl CG, Laitinen LA, et al. Long-term treatment with inhaled budesonide in persons with mild chronic obstructive pulmonary disease who continue smoking. European Respiratory Society Study on Chronic Obstructive Pulmonary Disease. N Engl J Med 1999; 340:1948-53.
  • Jones PW, Willits LR, Burge PS, et al. Disease severity and the effect of fluticasone propionate on chronic obstructive pulmonary disease exacerbations. Eur Respir J 2003; 21:68-73.
  • Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Global strategy for the diagnosis, management and prevention of chronic obstructive pulmonary disease. NHLBI/WHO workshop report. Bethesda, N

6

โรคเก๊าท์ (Gout)
โรคเก๊าท์เป็นอย่างไร  โรคเก๊าท์ เป็นโรคโบราณที่มีผู้บันทึกในรายงานหมอมานับพันปี ยุคฮิปโปเคความรักส (Hippocrates) ซึ่งเป็นพ่อการแพทย์สากลของภาษากรีกเมื่อสองพันปีก่อน ก็ได้เอ๋ยถึงลักษณะโรคนี้ และได้เรียกชื่อเป็นศัพท์แพทย์หลายๆชื่อตามตำแหน่งของข้อที่มีลักษณะอาการอักเสบ คำว่า เก๊าท์ (Gout) เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่แปลงมาจากภาษาลาตินว่า Gutta ซึ่งแปลว่าหยดน้ำ โดยมีผู้สันนิษฐานว่า ข้ออักเสบชนิดนี้มีเหตุมาจากพิษ "หยด" เข้าไปอยู่ในไขข้อ ซึ่งปรากฏว่าเป็นจริงสำหรับเพื่อการแพทย์ปัจจุบัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง สารพิษที่กระตุ้นให้เกิดโรคเก๊าท์ก็คือ กรดยูริกในเลือดนั่นเอง
                ส่วนนิยามของโรคเกาต์ในตอนนี้นั้นเป็น เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างจากปกติทางพันธุกรรม ทำให้ร่างกายมีการสะสมของกรดยูริกมากเกินจนกระทั่งกำเนิดอาการแล้วก็ภาวะแทรกซ้อนต่างๆโดยเก๊าท์ นับเป็นโรคปวดข้อเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง บางทีอาจเจอได้ราวๆ 2-4 คน ใน 1,000 คน จัดเป็นโรคของผู้ใหญ่ในวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยอายุ 40-60 ปี จะพบโรคนี้ได้ราว 2% และก็อายุ 60 ปีขึ้นไป จะพบได้ราว 4% ยิ่งอายุมากขึ้นช่องทางที่จะเป็นโรคนี้ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆตามไปด้วย และก็เจอได้ในผู้ชายมากยิ่งกว่าหญิงราว 9-10 เท่า ส่วนที่พบในหญิงชอบเป็นหญิงข้างหลังวัยหมดระดูไปแล้ว โดยธรรมดามักกำเนิดกับข้อเพียงแต่ข้อเดียว ในบางครั้งบางทีอาจกำเนิดกับหลายข้อได้พร้อมๆกันก็ได้ โรคเกาต์ ถือเป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้มากในประเทศไทยซึ่งมีอุบัติการณ์การเกิด 4.3 คนต่อสามัญชนไทย 100,000 คน
ต้นเหตุของโรคเก๊าท์ โรคเก๊าท์มีเหตุที่เกิดจากสภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ซึ่งเป็นภาวการณ์ของร่างกายที่มีการสะสมของกรดยูริกในจำนวนที่มากเหลือเกิน (มีค่ามากยิ่งกว่า 6 – 7 มก./ดล.) นำมาซึ่งการสั่งสมผลึกเกลือโมโนโซเดียมยูเรต (monosodium urate) ในน้ำไขข้อแล้วก็เยื่อต่างๆเป็นต้นว่า  ข้อก็จะ ก่อให้เกิดข้ออักเสบ  ไตก็จะมีผลให้เกิดนิ่วในไตรวมทั้งและก็ไตวาย เป็นต้น
                ซึ่งกรดยูริกเป็นสารเคมีในเลือดที่ได้มาจากการเสื่อมสภาพสารพิวรีน (Purines) ในเยื่อทั่วร่างกายและของกินที่รับประทานเข้าไป โดยร่างกายจะมีการปรับสมดุลของกรดยูริกด้วยการกรองจากไตก่อนมีการขับออกทางปัสสาวะแล้วก็อุจจาระ เมื่อมีจำนวนกรดยูริกมากเพิ่มขึ้นจากการสร้างของร่างกาย จากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ดังเช่นว่า ของกินพวกเครื่องในสัตว์ ถั่วเม็ดแห้ง อื่นๆอีกมากมาย หรือไตมีความผิดธรรมดาสำหรับเพื่อการกรองสารพิวรีน มักนำมาซึ่งภาวการณ์กรดยูริกในเลือดสูงได้ง่าย
                ส่วนที่มาของกรดยูริกในเลือดสูง เนื่องมาจากร่างกายสร้างกรดยูริกมากยิ่งกว่าจำนวนที่ขับถ่าย รวมทั้งจากการที่ร่างกายสร้างกรดยูริกปกติแม้กระนั้นปริมาณที่ขับถ่ายออกจากร่างกายน้อยกว่า ส่วนเหตุอีกประการหมายถึง ทางพันธุกรรมจากการขาดโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีบางตัวหรือโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีบางตัวทำงานมากเกินไป แล้วก็ประการสุดท้ายเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากโรคบางจำพวกที่สร้างกรดยูริกเกิน ยกตัวอย่างเช่น โรคทาลัสซีเมีย (โรคพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงที่แตกต่างจากปกติแล้วก็แตกสลายง่าย) มะเร็งเม็ดเลือดขาว การใช้ยาเคมีบำบัดรักษา หรือฉายรังสีในคนเจ็บโรคมะเร็ง บางรายอาจเกิดขึ้นจากไตขับกรดยูริกได้ลดลง (อย่างเช่น ภาวะไตวาย) หรือเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากผลข้างเคียงของยา อย่างเช่น ยาขับเยี่ยวกรุ๊ปไทอาไซด์ รวมถึงจากการดื่มสารที่มีแอลกอฮอล์ผสม ตัวอย่างเช่น เหล้า เบียร์ เหล้าองุ่น  การที่มีกรดยูริกในเลือดสูงโดยไม่มีอาการถ้าหากมิได้รับการดูแลรักษาจะมีอาการข้ออักเสบโรคเกาต์เฉียบพลัน ผู้ชายเริ่มเป็นเมื่ออายุ 40 ปี ผู้หญิงเริ่มเป็นอายุ 55 ปี
ลักษณะของโรคเก๊าท์ ข้ออักเสบจากโรคเก๊าท์มีลักษณะเจาะจงมาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง มีลักษณะอาการอักเสบของข้อเกิดขึ้นเร็วทันใจและก็รุนแรงมากคล้ายๆกับมีฝีเกิดขึ้นที่บริเวณข้อ ซึ่งมีอาการปวดข้อร้ายแรง ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันทันที     ถ้าหากเป็นการปวดหนแรกชอบเป็นเพียงแค่ข้อเดียว โดยข้อที่พบได้บ่อย อย่างเช่น นิ้วหัวแม่เท้า (ส่วนข้อเท้า ข้อเข่า ก็บางทีอาจเจอในคนเจ็บบางราย) ข้อจะบวมแล้วก็เจ็บมากมายกระทั่งเดิน    ไม่ไหว ผิวหนังในรอบๆนั้นจะตึง ร้อนและแดง และก็จะเจอลักษณะจำเพาะคือ ในขณะที่อาการเริ่มดีขึ้น ผิวหนังในบริเวณที่ปวดนั้นจะลอกรวมทั้งคัน  คนป่วยมักเริ่มมีอาการปวดตอนกลางคืน แล้วก็มักจะเป็นหลังดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวน์ หรือหลังกินเลี้ยง หรือรับประทานอาหารมากเปลี่ยนไปจากปกติ หรือเดินสะดุด บางคราวอาจมีอาการขณะมีภาวการณ์เครียดด้านจิตใจ เป็นโรคติดเชื้อโรค หรือได้รับการผ่าตัดด้วยปัจจัยอื่น ครั้งคราวอาจมีไข้ หนาวสั่น ใจสั่น (ชีพจรเต้นเร็ว) เมื่อยล้า เบื่ออาหาร ร่วมด้วย
สำหรับการปวดข้อคราวแรก มักจะเป็นอยู่เพียงแต่ไม่กี่วัน ถ้าเกิดผู้เจ็บป่วยไม่ได้รับการรักษา ในระยะต้นๆบางทีอาจกำเริบทุก 1-2 ปี โดยเป็นที่ข้อเดิม แต่ถัดมาจะเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆได้แก่ ทุก 4-6 เดือน แล้วเป็นทุก 2-3 เดือน จนกระทั่งทุกเดือน หรือเดือนละบ่อยมาก รวมทั้งระยะการปวดจะนานวันขึ้นเรื่อยๆดังเช่นว่า แปลงเป็น 7-14 วัน จนกระทั่งนับเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือปวดตลอดระยะเวลา ส่วนข้อที่ปวดก็จะเพิ่มจากข้อเดียวเป็น 2-3 ข้อ (เป็นต้นว่า ข้อมือ ศอก ข้อหัวเข่า ข้อเท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า) จวบจนกระทั่งเป็นดูเหมือนจะทุกข้อ
ในระยะที่มีข้ออักเสบหลายๆข้อ ผู้เจ็บป่วยมักพินิจได้ว่ามีปุ่มก้อนขึ้นรอบๆที่เคยอักเสบเป็นประจำรวมทั้งก้อนจะโตขึ้นเรื่อยเรียกว่า ตุ่มโทฟัส (tophus / tophi) กระทั่งบางทีบางทีอาจแตกออกมีสารขาวๆเหมือนแป้งดินสอพองหรือยาสีฟันไหลออกมา แผลที่แตกออกจะหายช้ามาก แล้วก็จะเป็นแผลเป็น ต่อไปข้อต่างๆจะผิดแบบแล้วก็ใช้งานไม่ได้ท้ายที่สุด
จากอาการที่เริ่มมีข้ออักเสบหนึ่งข้อจนกระทั่งหลายๆข้อ และก็มีปุ่มก้อนมักกินเวลา 5-20 ปี แล้วแต่ความร้ายแรง สำหรับชาวไทยพบว่าบางบุคคลเพียงแค่ 2-3 ปี เพียงแค่นั้นจะเริ่มมีปุ่มก้อนและมีอาการไตวายได้ ด้วยเหตุนั้นโรคเก๊าท์ในคนประเทศไทยก็เลยมีความร้ายแรงมากยิ่งกว่าชาวต่างชาติมากถึงแม้ว่ามิได้อยู่ดีกินดีกว่าเขาเลยโดยประมาณปริมาณร้อยละ 25 ของคนไข้โรคเก๊าท์จะมีนิ่วของทางเดินเยี่ยวร่วมด้วย ซึ่งครึ่งเดียวจะมีประวัติของนิ่งก่อนอาการข้ออักเสบ โดยเหตุนี้คนป่วยที่มีนิ่วของทางเดินเยี่ยวจะต้องเช็คกรดยูริคทุกราย
ปัจจัยเสี่ยงที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคเก๊าท์

  • มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์ โดยพบว่า 1 ใน 5 ของคนป่วยโรคเก๊าท์จะมีบุคคลในครอบครัวป่วยหนัก
  • โรคประจำตัวหรือสภาวะของร่างกายบางสิ่ง ดังเช่น ภาวการณ์อ้วน โรคความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดไม่ปกติ ไตทำงานผิดปกติ เบาหวาน โรคพร่องเอนไซม์ ความแปลกของไขกระดูก โรคเส้นโลหิตไม่ดีเหมือนปกติ
  • มีต้นเหตุที่เกิดจากเพศ เพราะเจอโรคนี้ได้ในผู้ชายมากยิ่งกว่าผู้หญิง
  • การกินอาหารทีมีสารพิวรีนมากจนเกินไป ตัวอย่างเช่น สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ยอดผัก กุ้งเคยหรือกะปิ ปลาซาร์ดีน หอยแมลงภู่ สารสกัดจากยีสต์
  • การดื่มน้ำอัดลมเกินจำนวนที่พอดิบพอดีต่อวัน ซึ่งมีการเรียนรู้พบว่าการกินน้ำอัดลมจำพวกที่มีน้ำตาลฟรุกโตสบางทีอาจเพิ่มการสะสมกรดยูริกในเลือดได้สูงถึง 85% ยิ่งกว่านั้นยังรวมถึงผลไม้แล้วก็น้ำผลไม้บางจำพวกที่มีน้ำตาลฟรุกโตสอยู่มากมาย
  • มีสาเหตุมาจากการได้รับบาดเจ็บที่ข้อกระดูก การกระทบกระแทกที่ข้อ
  • ผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด อาจกระตุ้นให้อาการเกิดขึ้นอีกได้ เนื่องจากว่ายาบางชนิดมีผลทำให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้น้อยลง อย่างเช่น แอสไพริน (Aspirin), ไฮโดรคลอโรไทอาไซด์ (Hydrochlorothiazide – HCTZ), ไซโคลสปอริน (Cyclosporin), เลโอ้อวดโดปา (Levodopa) เป็นต้น
  • การดื่มแอลกอฮอล์ ดังเช่น สุรา เบียร์สด เหล้าองุ่น โดยยิ่งไปกว่านั้นเบียร์ ด้วยเหตุว่าแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ลดการขับกรดยูริกออกทางไตหรือทางเยี่ยว หลังการดื่มก็เลยทำให้ไตขับกรดยูริกได้ลดน้อยลง กรดยูริกจึงคั่งอยู่ในเลือดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดา


กระบวนการรักษาโรคเก๊าท์  การวิเคราะห์โรคเก๊าท์หมอจะมีการไต่ถามอาการ ประวัติการเป็นโรคเก๊าท์ของบุคคลในครอบครัว แล้วก็การตรวจร่างกายทั่วไป โดยแพทย์จะวิเคราะห์พื้นฐานจากอาการแสดง ซึ่งโรคเกาต์จะมีลักษณะโดดเด่นเป็นมีการอักเสบร้ายแรงของข้อหัวแม่ตีนเพียงแต่ ๑ ข้อ เกิดขึ้นเฉียบพลันข้างหลังดื่มเบียร์สด หรือเหล้าองุ่น กินเลี้ยง หรือทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง ซึ่งคนเจ็บเป็นโรคเก๊าท์มักจะมีลักษณะปวดข้ออย่างฉับพลันหนแรกพบได้มากที่ข้อเท้าหรือหัวแม่ตีน โดยมีลักษณะบวมเมื่อลูบคลำดูเหมือนจะรู้สึกร้อน เวลากดเจ็บมากอาจมีลักษณะของการมีไข้เล็กน้อยถึงไข้สูงเป็นโดยประมาณ 3-7 วัน รวมทั้งในบางรายบางทีอาจตรวจเจอตุ่มโทฟัส (Tophus) ร่วมด้วย  ส่วนการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่แจ่มชัด ต้องกระทำเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับกรดยูริกในเลือด (ค่าปกติ 3-7 มก. ต่อเลือด 100 มล.) ถ้าหากผลของการตรวจไม่แน่ชัด อาจจำต้องกระทำการเจาะดูดน้ำจากข้อที่อักเสบไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ นอกจากนี้ อาจต้องกระทำตรวจพิเศษอื่นๆอย่างเช่น การวิเคราะห์เลือด เมื่อการตรวจวินิจฉัยโดยการเจาะข้อไม่สามารถทำเป็น แพทย์บางครั้งอาจจะให้มีการเจาะเลือด เพื่อวัดระดับของกรดยูริกและสารครีเอว่ากล่าวนินว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติไหม แต่แนวทางแบบนี้บางทีอาจกำเนิดข้อผิดพลาดได้ ดังเช่นว่า คนไข้บางรายมีระดับกรดยูริกสูงผิดปกติ แม้กระนั้นอาจไม่เป็นโรคเก๊าท์ หรือบางรายที่มีลักษณะอาการของโรคก็อาจตรวจเจอระดับกรดยูริกได้ในระดับธรรมดา  การเจาะข้อ มักถูกใช้เป็นวิธีหลักในการตรวจวินิจฉัย หมอจะนำเข็มเจาะรอบๆข้อที่มีอาการ เพื่อดูดเอาน้ำในข้อออกมาตรวจสอบการสะสมของผลึกยูเรต (Urate Crystals) ภายใต้กล้องจุลทรรศน์  การอัลตราซาวด์ จะช่วยตรวจพบการสั่งสมของผลึกยูเรตตามข้อจนเป็นปุ่มนูนหรือก้อนที่เรียกว่า โทฟี่ (Tophi)  การเอกซเรย์ การถ่ายเอกซเรย์บริเวณข้อที่มีอาการ เพื่อตรวจดูว่าเกิดการอักเสบตามข้อหรือเปล่า  การตรวจเยี่ยว เพื่อดูกรดยูริกที่ปนเปในน้ำเยี่ยว

โรคเกาต์เป็นโรคหวานใจษาง่าย รักษาหายขาดได้ เป็นไม่กลับมาเป็นข้ออักเสบอีก ถ้าเกิดผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะตำและก็รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ แนวทางรักษาโรคเก๊าท์จำต้องแบ่งเป็น 3 หัวข้อ ดังต่อไปนี้

  • การดูแลและรักษาข้ออักเสบ ในระยะกระทันหัน รวมทั้งเป็นนานไม่เกิน 48 ชั่วโมง บางทีอาจให้โคซิสิน (Colchicine) 2-3 เม็ดต่อวัน ข้อจะหายปวดเร็วมากข้างใน 2-3 วัน แล้วลดยาลงเหลือ 1 เม็ดต่อวัน ข้อดีของยาเป็นไม่กัดกระเพาะเป็นแผล จุดอ่อนเป็นบางทีอาจเกิดอาการท้องเสียได้ถ้าหากขนาดของยามากขึ้นไป ซึ่งถ้าเกิดมีลักษณะอาการท้องเดินให้หยุดยานี้จวบจนกระทั่งหายท้องร่วงแล้วเริ่มกินยาใหม่ในขนาดที่ลดลง


ยาอื่นๆที่ใช้ได้แต่ทุกตัวจะมีฤทธิ์ระคายกระเพาะอาหารมากบ้างน้อยบ้างสุดแต่บุคคล จึงเหมาะรับประทานหลังอาหารเสมอ และก็อาจรับประทานร่วมกับยาอัลมาเจล (Almagel) หรือ อลั่มไม่ลค์ (Alum Milk) แต่จัดว่าเป็นยาออกจะไม่เป็นอันตราย อาทิเช่น ไอบลูโปรเฟน (Ibuprofen) , ไดวัวลพิแนค (diclofenac) , ที่นาโปรเซน (Naproxen) , ซูลินแดค (Sulindac) , พงพีรคิซิติดอยู่ม (Prioxicam) , อินโดปัญญาซิน (Indemethacin) เป็นต้น โดยให้วันละ 3-4 เม็ดจนกระทั่งอาการดีขึ้นกว่าเดิมจึงลดขนาดยาลงกระทั่งหยุดยาไปภายใน 4-7 วัน
ไม่ควรใช้ยากลุ่มฟีนิวบิวตาโซน (Phenybutazone) และออกสิเฟนบิวตาโซน (Oxyphenbutazone) เนื่องจากว่าเสี่ยงกับการเกิดภาวการณ์ไขกระดูกไม่สร้างเลือด (Aplastic anemia) ได้โดยไม่จำเป็น เพราะเหตุว่ามียาอื่นที่ปลอดภัยกว่า และก็ใช้ได้ดังที่กล่าวมาข้างต้น แม้กระนั้นปรากฏว่าในตลาดเมืองไทยยากลุ่มนี้ยายดีเลิศ เพราะเหตุว่ามักถูกจัดอยู่ในยาชุดแก้ปวดข้อแบบครบจักรวาล แถมปริมาณยาที่ผลิตนั้นมากมายจนถึงอยู่ในขั้นอันตราย คือ ยาหนึ่งเม็ดมีขนาดเท่ากับยาสองเม็ดของที่มาจากต่างประเทศ ก็เลยไม่น่าสงสัยเลยว่าเพราะเหตุไรประเทศพวกเราจึงมีคนป่วยโรคไขกระดูกไม่สร้างเม็ดเลือดเยอะมากเช่นนี้
. การคุ้มครองป้องกันไม่ให้ข้ออักเสบกำเริบอีก ยาที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากเป็น โคชิซิน วันละ 1-2 เม็ดตลอดกาล สำหรับผู้ที่ข้ออักเสบบ่อยจนไม่สามารถทำมาหากินตามปกติได้ สำหรับคนที่นานๆจะมีข้ออักเสบสักครั้งให้พกยาเม็ดติดตัว พอมีความคิดว่าข้อเริ่มอักเสบให้กินยาโคชิสิน 1 เม็ดในทันที และก็ซ้ำได้วันละ 2-3 เม็ดตรงเวลา 1-2 วัน ยานี้ถ้าเกิดกินแม้กระนั้นเนิ่นๆจะปกป้องไม่ให้กำเนิดข้ออักเสบร้ายแรงขึ้นแบบสุดกำลังและก็ทำให้หายปวดข้อได้เร็วมาก

  • การลดกรดยูริคให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อคุ้มครองปกป้องการตกผลึกของยูเรท รวมทั้งไปละลายผลึกยูเรทที่ตกตะกอนตามที่ต่างๆของร่างกายให้หายไปทีละเล็กละน้อยฉะนั้นยาลดกรดยูริคจึงควรกินต่อเนื่องกันวันแล้ววันเล่าเป็นปีๆหรือทั้งชีวิต ดังนี้สุดแท้แต่ความร้ายแรงของโรคเก๊าท์ ยาลดกรดยูริคมี 2 พวก คือ
  • พวกที่ทำให้มีการขับยูริคออกทางไตเพิ่มมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ไตธรรมดาและไม่มีนิ่วในไต ยาที่ใช้คือ โปรเบเนสิด (Probenecid) 1-2 เม็ดต่อวัน การจัดยาจะต้องอาศัยตรวจระดับกรดยูริค ว่าลดน้อยลงมาอยู่ในขั้นน่าพอใจไหม คนที่กินยาจำพวกนี้ควรกินน้ำมากมายๆโดยประมาณ 1.5-2 ลิตร/วัน เพื่อคุ้มครองป้องกันการเกิดนิ่วกรดยูริคในไต ยานี้มีราคาถูกกว่ารวมทั้งไม่เป็นอันตรายกว่ายากลุ่ม 2 แม้กระนั้นห้ามใช้ในเป็นโรคไตวายหรือมีนิ่วในไต
  • พวกที่ตัดการสร้างของกรดยูริคภายในร่างกาย ดังเช่นว่า แอบโลพูรินอล (Allopurinol) 200-300 มิลลิกรัมต่อวัน ยาตัวนี้เป็นอันตรายเป็น เกิดตับอักเสบได้ แม้กระนั้นที่มักพบเป็น เกิดการแพ้ยาอย่างรุนแรงถึงกับขนาดผิวหนังเป็นผื่น, พุพอง, แดงลอกหมดทั่วตัว ซึ่งมีอัตราตายสูงมากมาย วิธีคุ้มครองป้องกันเป็น ถ้าหากกินยาแล้วรู้สึกมีลักษณะคันตามตัวโดยยังไม่มีผื่น หรือเริ่มมีผื่นแดง แต่ไม่รุนแรงจำเป็นต้องหยุดยาทันที มิฉะนั้นจะแพ้ยารุนแรงขึ้นกระทั่งเกิดภาวะดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้ ซึ่งถึงแม้รับการรักษาในโรงพยาบาลก็อาจปรับปรุงไม่ทัน


ผู้ป่วยจำนวนมาก มักหลงผิดว่าหายจากโรคแล้ว เมื่อไม่มีลักษณะของการปวดข้อ ก็ชอบหยุดรับประทานยา และก็จะมาเจอหมอเป็นครั้งคราว เฉพาะเวลามีลักษณะอาการข้ออักเสบ พฤติกรรมแบบนี้ มักทำให้ผู้ป่วยแปลงเป็นโรคเกาต์จำพวกเรื้อรัง และเกิดภาวะเข้าแทรกต่างๆตามมาท้ายที่สุด นอกเหนือจากนี้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการบริโภคยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดูแลรักษาโรคเกาต์ให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบียร์สด พบว่าคนไข้โรคเกาต์ที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดเกาต์มากขึ้นเรื่อยๆประมาณ 2.5 เท่า เพราะเหตุว่าในเบียร์มีพิวรีนปริมาณมากสามารถกลายเป็นกรดยูริกได้
  • ลดการกินอาหารที่มีพิวรีนสูง ตามตารางต่อไปนี้
ตารางแสดงปริมาณพิวรีนในอาหารที่กินได้ 100 กรัม
จากหนังสือ Normal and Therapcutic Nutrition ของ Gorinne H. Robinson 1072 จากการเล่าเรียนปริมาณพิวรีนในของกินประเภทต่างๆโภชนาการ 13:2522
การติดต่อของโรคเก๊าท์ เนื่องมาจากโรคเก๊าท์เป็นโรคที่เกิดขึ้นจาก ร่างกายมีการสะสมของกรดยูริก (uric acid) มากเกินความจำเป็น หรือมีการขับกรดยูริกที่น้อยไม่ปกติของร่างกาย โดยเหตุนี้โรคเก๊าท์ก็เลยเป็นโรคที่ไม่มีการ
ติดต่อจากคนสู่คน หรือจากสัตว์สู่คนแต่อย่างใด แต่โรคเก๊าท์ก็มีมูลเหตุ จากความแปลกทางจำพวกกรรม เพราะฉะนั้นก็เลยเจอคนไข้ที่มีปัจจัยโรคมาจากพันธุกรรมได้ เช่นเดียวกัน
การกระทำตนเมื่อป่วยเป็นโรคเก๊าท์ ผู้เจ็บป่วยโรคเก๊าท์ควรจะปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตนิดหน่อยอาจมีส่วน เนื่องจากว่าช่วยให้อาการของโรคดีขึ้นได้ดังนี้

  • กินน้ำมากมายๆขั้นต่ำวันละ ๓ ลิตร ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้กำเนิดนิ่วในไตเมื่อไม่เป็นโรคที่จำเป็นต้องจำกัดน้ำ
  • ห้ามดื่มเหล้า เบียร์สด เหล้าองุ่น ซึ่งอาจจะส่งผลให้โรคเกาต์กำเริบเสิบสานได้
  • เลี่ยงของกินที่มีกรดยูริกสูง อย่างเช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีกทุกชนิด กะปิ น้ำสกัดจากเนื้อ ไข่แมงดา พืชผักหน่ออ่อน (ได้แก่ ถั่วงอก ยอดกระถิน ยอดแค สะเดา ชะอม หน่อไม้ แอสพารากัส ยอดผัก ฯลฯ) ผู้เจ็บป่วยจำต้องรอสังเกตว่าของกินอะไรที่ทำให้โรคกำเริบเสิบสาน ก็ควรหลีกเลี่ยง
  • ควรเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีความหวานมากมาย โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโตส
  • หลบหลีกการใช้ยาที่อาจส่งผลให้โรคกำเริบเสิบสาน ดังเช่นว่า แอสไพริน ยาขับปัสสาวะกรุ๊ปไทอาไซด์
  • ถ้าเกิดอ้วน ควรจะลดหุ่นลงทีละน้อย อย่าลดฮวบฮาบ อาจก่อให้มีการสลายตัวของเซลล์อย่างรวดเร็ว ทำให้มีกรดยูริกสูง โรคเกาต์กำเริบเสิบสานได้
  • ถ้าเจอมีตุ่มโทฟัสตามผิวหนัง ห้ามบีบแกะ หรือใช้เข็มเจาะให้แตก เพราะเหตุว่าอาจจะก่อให้แปลงเป็นแผลเรื้อรังได้
  • เมื่อมีอาการปวดให้ใช้น้ำอุ่นจัดๆหรือใช้น้ำแข็งประคบตรงข้อที่ปวด ราวๆ 20 นาที และเลี่ยงการลงน้ำหนักตรงข้อนั้นๆ
  • เมื่อลักษณะของการปวดทุเลาลงแล้ว ควรไปพบหมอที่โรงหมอเพื่อตรวจยืนยันการวิเคราะห์แล้วก็รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องถัดไป
  • เมื่อแพทย์ตรวจเจอว่าเป็นโรคเก๊าท์ควรจะกินอาหารตามหมอสั่งให้ครบและก็ไปตรวจตามนัดหมายโดยตลอด
การคุ้มครองตนเองจากโรคเก๊าท์

  • คนที่มีวงศาคณาญาติเป็นโรคเกาต์ ควรตรวจหาระดับของกรดยูริกในเลือดเป็นช่วงๆ
  • เมื่อมีลักษณะอาการไม่ปกติของข้อเกิดขึ้น ดังเช่นว่า ปวดข้อกะทันหัน บวมแดง ร้อนที่ข้อ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างเร่งด่วน
  • หลบหลีกการกินอาหารที่มีพิษพิวรีนสูง โดยยิ่งไปกว่านั้นอาหารทะเล เครื่องในสัตว์ และสัตว์ปีก
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน (BMI)
  • หลบหลีกจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ หรือ น้ำอัดลมให้พอดี
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


สมุนไพรที่ช่วยคุ้มครองปกป้อง/บำบัดรักษาโรคเก๊าท์ การใช้สมุนไพรในผู้เจ็บป่วยโรคเกาต์มีข้อมูลสนับสนุนค่อนข้างจะน้อย อาจเหตุเพราะโรคนี้เกี่ยวพันกับหลายปัจจัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของไต ซึ่งการใช้สมุนไพรไม่ได้เป็นการรักษาที่มูลเหตุ เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการแค่นั้น แต่ว่ามีข้อมูลของศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ อเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพที่ค่อนข้างจะน่าไว้วางใจ มีผลงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยออกมาว่าสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทุเลาอาการของโรคเก๊าท์เป็น

  • ขมิ้นชัน มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญเป็นเคอร์คิวไม่นมีฤทธิ์ลดการอักเสบ ขนาดทั่วไปที่แนะนำต่อวันเป็น 1.5-3.0 กรัม หากกินขมิ้นชันแคปซูล 500 มิลลิกรัม สามารถกินได้วันละ 3-6 แคปซูล ซึ่งจะช่วยบรรเทาการอักเสบของข้อและก็กระดูกที่มีอาการปวดของโรคเก๊าท์
  • โบรมีเลน (bromelain) เป็นเอนไซม์จากสับปะรด มีคุณสมบัติรลดอักเสบ ลดปวดโดยขนาดกินที่ชี้แนะเป็น 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ช่วยลดอาการอักเสบรวมทั้งลักษณะของการปวดของโรคเก๊าท์ได้
  • ชาเขียว มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มีการเล่าเรียนในคนร่างกายแข็งแรงปริมาณ 30 รายโดยแบ่งเป็น 3 กรุ๊ปให้ได้รับสารสกัดชาเขียว 2, 4, หรือ 6 กรัมต่อวัน พบว่าภายหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ กลุ่มที่บริโภคสารสกัดชาเขียว 2 กรัมต่อวันสามารถลดระดับกรดยูริกในเลือดได้มากที่สุดเป็นจาก 4.81 ± 0.81 มก.ต่อเดซิลิตร เป็น 4.64 ± 0.92 มิลลิกรัมต่อดล. ก็เลยมีการชี้แนะให้ดื่มน้ำชาเขียวที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีนวันละ 2-4 ถ้วยชา


นอกนั้นยังมีสมุนไพรอื่นๆที่ช่วยป้องกัน/บรรเทาลักษณะของโรคเก๊าท์ได้อีกยกตัวอย่างเช่น เห็ดหลินจือ ช่วยฟื้นฟูลักษณะการทำงานของไต สร้างสมดุลของระบบภูมิต้านทาน ลดการอักเสบของไต และก็ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นให้กับระบบหมุนวนเลือด ต้นหญ้าใต้ใบ มีสรรพคุณเป็นยาขับเยี่ยว สามารถขับกรดยูริคออกทางเยี่ยวได้ ไพรที่คนไทยรู้จักกันดีว่าเป็นประโยชน์ในด้าน แก้อาการปวดปวดเมื่อยต่างๆบำรุงกำลัง รวมทั้งยังส่งผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รับรองคุณประโยชน์ดังกล่าวด้วย คือ แก้ปวดเมื่อย แก้กล้ามเนื้ออักเสบ เถาวัลย์เปรียง แก้ปวดเมื่อย แก้กล้ามเนื้ออักเสบ รักษาอาการข้อเข่าเสื่อม เมื่อทานเถาวัลย์เปรียงทำให้ฉี่บ่อยมากซึ่งมีคุณประโยชน์สำหรับในการช่วยขับกรดยูริคออกมาทางปัสสาวะได้อีกทางหนึ่ง หญ้าหนวดแมว สมุนไพรอย่างหญ้าหนวดแมวที่มีคุณประโยชน์สำหรับการขับกรดยูริค หญ้าหนวดแมว มีเกลือโปรแตสเซียม ช่วยสำหรับเพื่อการขับฉี่แล้วก็ขยายหลอดไตให้กว้าง ช่วยขับกรดยูริคเนื่องด้วยหญ้าหนวดแมวทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง คนที่รับประทายต้นหญ้าหนวดแมว จะมีการขับกรดยูริคออกมาทางฉี่เพิ่มขึ้น และทำให้เยี่ยวเป็นด่าง ทำให้กรดยูริคตกตะกอนลดน้อยลงด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • รศ.พญ.เล็ก ปริวิสุทธิ์.โรคเก๊าท์.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่.49.คอลัมน์ โรคน่ารู้.พฤษภาคม.2526
  • นศภ.ปณิดา ไทยอ่อน.โรคเก๊าท์(gout) ดูแลอย่างไรดี.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.คลังข้อมูลยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Choi HK, Atkinson K, Karlson EW, Willett W, Curhan G. Alcohol intake and risk of incident gout in men: a prospective study. Lancet. 2004;363:1277-81. http://www.disthai.com/
  • Neogi T. Gout. N Engl J Med 2011;364(5):443-52.
  • รศ.นพ.สุรเกียรต์ อาชานานุภาพ.เกานต์.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่346.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.กุมภาพันธ์.2551
  • เก๊าท์-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์.
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2. “โรคเกาต์ (Gout)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 823-826.
  • Neogi T, Chen C, Niu J, Chaisson C, Hunter DJ, Choi H, et al. Relation of temperature and humidity to the risk of recurrent gout attacks. Am J Epidemiol 2014;180:372-7.
  • สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาโรคเกาต์; 2555
  • Zhang Y, Chen C, Choi H, Chaisson C, Hunter D, Niu J, et al. Purine-rich foods intake and recurrent gout attacks. Ann Rheum Dis 2012;71:1448-53.
  • ผศ.นพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์.โรคเกาต์.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Zhang Y, Woods R, Chaisson CE, Neogi T, Niu J, McAlindon TE, et al. Alcohol consumption as a trigger of recurrent gout attacks. Am

7

สมุนไพรเพกา
ชื่อพื้นบ้านอื่น  มะลิดไม้  มะลิ้นไม้  ลิดไม้ (ภาคเหนือ) หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นช้าง (เงี้ยว-ภาคเหนือ) ดอก๊ะ  ด๊อกก๊ะ  ดุแก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) กาโด้โด้ง (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) เพกา (ภาคกึ่งกลาง) ลิ้นฟ้า (เลย) เบโก (มลายู-นราธิวาส)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Oroxylum indicum (L.) Kurz
ชื่อวงศ์  BIGNONIACEAE
ชื่อสามัญ Indian trumpet flower.
ลักษณะทั่วไปทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้นขนาดเล็ก (ST) ผัดใบ สูงโดยประมาณ 4-20 เมตร เปลือกต้น เรียบสีเทา บางเวลาแตกเป็นรอยตื้นเล็กน้อย มีรูระบายอากาศขจัดขจายตามลำต้นและกิ่งก้าน
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบโดดเดี่ยวๆขนาดใหญ่ที่ปลายก้าน ทรงกลม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ก้านใบยาว ใบย่อยรูปไข่ ขอบของใบเรียบ ออกตรงข้ามชิดกัน อยู่ราวๆปลายกิ่ง ก้านใบย่อยสั้น แผ่นใบสีเขียวเข้ม
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ช่อมีขนาดใหญ่ออกที่บริเวณปลายยอด มีก้านช่อดอกยาว มีดอกย่อยขนาดใหญ่ รูปปากเปิดแบบสามมาตรด้านข้าง กลีบดอกครึ้ม มี 5 กลีบ ภายนอกสีม่วงแดงหรือน้ำตาลคล้ำ ภายในสีเหลืองเปื้อนๆครึ่งหนึ่งสีชมพู โคนกลีบดอกไม้เชื่อมชิดกันเป็นรูปลำโพง ส่วนปลายแยกออกเป็นกลีบร่นขยุกขยิก รอบๆปลายกลีบดอกไม้ภายในสีขาวอมเหลือง หรือขาวอมเขียว มีเกสรตัวผู้ 5 อันติดกับท่อดอกโคนก้านจะมีขน ผล เป็นฝักแบน ยาวคล้ายรูปกระบี่ แขวนระย้าอยู่เหนือเรือนยอด สีน้ำตาลดำ เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ส่วน
เมล็ด เม็ดแบน มีปีกบางใสจำนวนมาก

นิเวศวิทยา
เป็นไม้ที่ขึ้นได้ทั่วๆไปทุกภาคของเมืองไทย ถูกใจขึ้นบนที่โล่งแจ้ง รอบๆชายเขาดิบ รวมทั้งไร่ร้างทั่วๆไป
การปลูกรวมทั้งเพาะพันธุ์
เป็นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยาก และไม่อยากได้ใส่ใจมากสักเท่าไรนัก เติบโตก้าวหน้าในที่ชื้นระบายน้ำดีโดยเฉพาะดินร่วนซุย ควรจะปลูกในฤดูฝน ขยายพันธ์ุด้วยการเพาะเมล็ดหรือการตัดชำราก
ส่วนที่ใช้ รส แล้วก็สรรพคคุณ   
เปลือกราก รสฝาดขม แก้เจ็บท้อง ฝาดวสมาน เป็นยาบำรุง แก้บิด แก้ท้องเดิน ขับเหงื่อ
ราก รสฝาดขม เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องวร่วง เจริญอาหาร ส่งผลให้เกิดน้ำย่อยอาหาร ฝนกับน้ำปูนใสทาแก้อาการอักเสบ ฟกช้ำดำเขียว บวม ลำต้น รสขม แก้แมลงป่องต่อย เปลือกต้น รสขมฝาด ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเลือด ขับเสมหะ ดับพิษโลหิต เป็นยาขมเจริญอาหาร
ใบ รสฝาด ใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้อง แก้ปวดข้อ และก็เจริญอาหาร
ผลอ่อนหรือฝักอ่อน รสขมร้อน ขับผายลม เป็นยาบำรุงธาตุ                                                     
ผลแก่หรือฝักแก่ รสขมร้อน แก้ร้อนในอยากกินน้ำ
เม็ดแก่ รสขม เป็นยาอมแก้ไข ขับเมหะ ใช้เป็นองค์ประกอบอย่างหึ่งในน้ำจับเลี้ยงของคนจีนแก้ร้อนใน
การใช้แล้วก็ปริมาณที่ใช้

  • ขับเลือด ขับน้ำเหลืองเสีย โดยใช้เปลือกต้นสด 1 กำมือ หรือหนักราว 20 กรัม สับเป็นชิ้นต้มในน้ำสะอาด 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือ 3 ใน 4 ส่วน กรองเอาน้ำกิน รุ่งเช้า-เย็น 2. แก้ปวดฝี โดยใช้เปลือกสด ราวๆ 1 ฝ่ามือฝนกับเหล้าโรงทาบริเวณที่บ่อยๆ
  • แก้อาการร้อนใน แก้ไอ รวมทั้งขับเสลด เมล็กเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งใน “น้ำจับเลี้ยง” ของคนจีน โดยใช้เมล็ดทีละ 0.5-1 กำมือ (หนักราวๆ 1.5-3 กรัม) ใส่น้ำราว 300 มล. ต้มไฟอ่อนพอเพียงเดือดนานโดยประมาณ 1 ชั่วโมง ดื่มวันละ 3 ครั้ง


8
อื่นๆ / สัตววัตถุ งูเหลือม
« เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 01:09:14 PM »

งูเหลือม
งูเหลือมเป็นงูไม่มีพิษมีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า python retculatus (schneider)
จัดอยู่ในตระกูล Boidae
ตระกูลย่อย pythoninae
มีชื่อสามัญว่า reticulated python หรือ regal python
ชีววิทยาของงูเหลือม
งูเหลือมมีลำดับตัวยาว ครึ้ม บางทีอาจยาวได้ถึง ๑๐ เมตร ตอนกลางลำตัวป่องออกมีเกล็ดปกคลุม โดยปกติเกล็ดมีสีเหลืองหรือสีเหลืองคละเคล้าสีน้ำตาล มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีเกล็ดสีดำ มีเกล็ดสีเหลืองเป็นขอบใน แล้วก็มี เกล็ดสีน้ำตาลคละเคล้าเทาอญุ่ข้างในอีกครั้งหนึ่ง ขอบนอกของเกล็ดมีสีดำ มีเกล็ดสีเหลืองทองสดกว่ารอบๆอื่น บริเวณข้างในข้างลำตัวมีแถบเกล็ดสีดำ ภายในมีเกล็ดสีขาวเป็นแถบ เกล็ดข้างลำตัว บริเวณที่ติด กับเกร็ด ท้อง มีสีดำสลับกับขาวไม่มีระเบียบ เกล็ดท้อง สีนวลหรือสีเหลืองอ่อน แถวๆหัวมีสีเหลืองปนน้ำตาล มีเส้นสีดำเล็กๆพิงผ่านกึ่งกลางหัว ซึ่งเป็นจุดแข็งของงูเหลือม ที่ใช้แบ่ง จากงูประเภทเดียวกันชนิดอื่นๆที่คล้ายกัน ( เช่นงูหลาม) นัยน์ตาสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม มีแถบสีดำเล็กๆภาพถ่านจากตาถึงมุมปาก งูเหลือมบางทีอาจ
งูเหลือม
วางขายได้ถึงเวลาละ๑๒๔ฟอง  แม่งูคอยดูแลจนไข่ฟักเป็นตัว ลูกงูเหลือมที่ฟักออกมาใหม่ยาวราว  ๕๕ ซม.
งูเหลือมพบได้ในทุกภาคของประเทศ ทั้งในป่าดงดิบรวมทั้งป่าชำรุด พบบ่อยหากินบนพื้นดิน โดยการดักรอเหยื่อ เมื่อเหยื่อผ่านเข้ามาในระยะใกล้ก็จะฉกกัด และก็ม้วนตัวรัดเหยื่อจนตาย แล้วจึงกลืนกินเหยื่อที่ตายแล้ว
งูหลาม
ลวดลายแถวๆหัวของงูเหลือม งูหลาม และงูหลามปากเป็ดงูหลาม(rook python)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าpython molunis bivittatus schiegel  เป็นงูที่มีขนาดใหญ่เป็นชั้น ๓ ของโลก รองจากงูเหลือม รวมทั้งงูแอนะคอนด้า | anaconda ชื่อวิทยาศาสตร์ Eunectes murinus (Linnaeus) ในตระกูล Boidel พบได้ทั่วไปในป่าโปร่ง ท้องทุ่ง เว้นเสียแต่ทางภาคใต้ (มีเฉพาะชุมพร)งูนี้ มีลักษณะ อ้วน หนา ลำตัวสั้นกว่างูเหลือมมากมาย ยาวเต็มกำลังไม่เกิน ๗ เมตร มีลวดลายต่างจากงูเหลือม โดยที่ลำดับตัวมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมสีน้ำตาลรวมทั้ง มีแผลสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ รูปร่างเป็นเหลี่ยมไม่แน่นอน เกล็ดท้องสีขาวหรือสีนวล จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายบริเวณหัว ซึ่งมีลาย3สีน้ำตาลเข้ม เป็นรูปลูกศรอยู่กลางหัว ด้านข้างหัวมีแถบสีน้ำตาลเข้มด้วยเหมือนกัน ในตามีสีน้ำตาลเข้ม งูหลามตกไข่คราวละ ๓๐-๕๐ ฟอง แม่งู รอดูแลไข่โดยใช้ลำตัวออกรอบ ลูกงูหลามที่ฟักออกมามีความยาว ราว ๕๐- ๘๐ เซนติเมตร งูหลามอีกประเภทหนึ่งเรียบงูหลามปากเป็ด (blood python) มีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า python curtus schiegel เป็นงูที่มีขนาดเล็กที่สุดในสกุลงูเหลือม เจอในป่าดงดิบบริเวณชายน้ำ ด้วยเหตุว่าเป็นงูที่ถูกใจน้ำว่ายน้ำได้ พบได้มากงูชนิดนี้ในน้ำ ซุกตัวอยู่ตามโคลนหรือตามพืชน้ำเพื่อดักรอเหยื่อ พบเฉพาะภาคใต้ของเมืองไทย ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไป งูนี้มีความยาวเต็มกำลังที่ราว ๒.๕ -๓ เมตร รูปร่างสั้นรวมทั้งหนากว่าชนิดอื่น หัวมีขนาดค่อนข้างจะเล็กเมื่อเทียบกับลำตัว พื้นลำตัวสีน้ำตาลอมสีส้มจนกระทั่งสีแดงคล้ำ สีจะเข้มที่สุดทางข้างบนลำตัว ด้านข้างมีสีอ่อน กว่า ข้างบนลำตัวมีแถบสีน้ำตาลเหลืองหรือสีน้ำตาล ยาวบ้างสั้นบ้างไม่แน่นอนกระจัดกระจายตามสันหลัง ข้างๆลำตัวมีเกล็ดสีขาว หรือสีนวลเรียงกันแบบสลับฟันปลา ไม่มีระเบียบ ด้านล่างของเส้นนี้มีเกร็ดสีดำ ท่อนหัวมีสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม มีเส้นสีเข้มเล็กๆลากผ่าน หัวเหมือนงูเหลือม งูหลามปากเป็ดตกไข่คราวละ ๑๐-๑๕ ฟอง ลูกหมูที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆมีความยาวราว ๓๕เซนติเมตร

ผลดีทางยา
สมุนไพร แพทย์แผนไทยใช้ดีงูงูเหลือมกระดูกงูเหลือมและน้ำมันงูเหลือมเป็นเครื่องยาในตำรับยาหลายขนาน ดีงูเหลือมเป็นเครื่องยาอย่างหนึ่งที่ใช้มากมายในยาไทยใช้อีกทั้งแทรก เป็นกระสายยารวมทั้งเป็นเครื่องยา ได้จากถุงน้ำดีของงูเหลือมเอามาผึ่งจนกว่าจะแห้งสนิท หนังสือเรียนสรรพคุณยาโบราณว่า ช่วยทำให้ตัวยา แล่น เร็ว ดับพิษ ตานซางในเด็ก ใช้ฝนกับยาหยอดตา แก้ตาเฉอะแฉะตามัวตาพร่าตาแดงและแก้ปวดตาได้ ตำราฉันทศาสตร์อันเป็นหนังสือเรียนแพทย์ที่เรียบเรียงและแต่งลางส่วน โดยพระยาวิชยาธิบดี (กล่อม) เจ้าเมืองเมืองจันท์ตอนนี้กล่าวถึงไข้ป่วง๘ ประการและยาบำบัด มีเรื่องมีราวที่เกี่ยวกับการใช้ดีงูเหลือมเป็นกระสายยาดังต่อไปนี้ จะอภิปรายในเรื่องรส เปรี้ยวปรากฏเคยตระหนัก ส้มมะขามเปียกฝักส้มป่อย เปรี้ยวอร่อยน้ำส้มซ่า ขมปกติบอระเพ็ด กระจู๋ม ขมเป็นจอม ดีงูเหลือม เผ็ดพอเอื้อม ขิง ดีปลี ภิมเสนมีให้ใส่แซก อนึ่งเค็มแปลกเว้นเสียแต่ เกลือ รู้ไว้เผื่อแก้ไม่หยุดมุตร์มนุษย์เปลือกลำภู สองสิ่งรู้เถอะเค็มกร่อยอ่านบ่อยๆให้นึกออก จะได้ใช้แซก ลากยาในตำราป่วง เป็ด ประการตามหนังสือโบราณซึ่งท่านเมื่อก่อนกล่าวเอย ภาพหนังสือปฐมจินดาร์ อันเป็นแบบเรียนแม่บทของแพทย์แผนไทยที่ว่าด้วยแม่และเด็กให้ยาหลายขนานที่ใช้ดีงูงูเหลือม มีอยู่ขนานหนึ่งที่ใช้ดีงูเหลือมเป็นเครื่องยาด้วยดังต่อไปนี้ ยาใช้ภายนอกหละ ขนานนี้ท่านให้เอาชาดหรคุณ ๑พิมเสน ๑ใบนมจิตร์ ๑ใบมะระใบแมลงสาบดีงูงูเหลือม รวมยา๖ สิ่งนี้เอาส่วนเสมอกันตามเป็นผุยผงทำแท่งไว้เอาเกลือรำฝึกฝนทาหละแลยอดทราง ที่ขึ้นลิ้นนั้นหายดีนักกระดูกงูงูเหลือมแบบเรียนสรรพคุณ ยาโบราณว่ากระดูกงูเหลือมมีรสเย็น เมาเบื่อมีสรรพคุณดับพิษรอยดำ แก้เมื่อยแก้ร้อนใน กระสับกระส่ายใช้เป็นเครื่องยาในไทยหลายขนาน เช่นยาขนานหนึ่งในพระหนังสือไกษย มีบันทึกไว้ว่า ยาแก้ลมไกษย เอาหินปูน 1 กระดูกงูงูเหลือม 1 หอยกาบเผา 1 ละลายสุรารับประทาน ถ้าหากไม่ฟังยานี้ แล้ว ก็เป็นบาปของผู้นั้นตายแลอย่าฉงนเลย
๓. น้ำมันงูเหลือมจัดแจงไว้โดยการเอาไปเปลวมัน ในตัวงูเหลือมใส่ขวดผึ่งแดดจัดจัด จนเปลวมันละลายใส่เกลือไว้ก้นขวดน้อยเพื่อการเหม็นเน่าแพทย์แผนไทยว่าน้ำมันงูเหลือมมีรสร้อน ใช้ป้ายยาแก้กลยุทธ์ ขัดยอกแรงรอบฉายคาดหัวนวดเพื่อให้เส้นเอ็นอ่อนและก็หย่อนยานได้ ในคัมภีร์ชวดารให้ยา 2 ๒ขนานที่เข้า “น้ำมันงูเหลือม” เป็นเครื่องยาด้วย ขนานหนึ่งมีบันทึกไว้ดังนี้ ลมจำพวกหนึ่งเข้าในไส้ใหญ่ไส้น้อย มัดให้ช่างมือชักที่วางแขนงอจะเปิบเข้าก็ไม่ได้ จะจับสิ่งอันใดก็มิได้สมมุติเรียกว่าลงตะคริว เอาน้ำมันหมู ๑ บาทหัวดองดึง ๑บาท พริกไท ๒๐ บาทใส่หม้อฝังไว้ใต้ดิน ๓ วันแล้วเอาขึ้นหุงให้คงจะแต่น้ำมัน จึงเอาการะบูร ๑ พิมเสน ๑ กระวาน ๑  กานพลู ๑น้ำมันงูเหลือม ๑ ใส่ลงทา ตากแดด สำหรับรมเท้าตาย หายแล นอกจากนั้นหนังงูเหลือมที่ถูดีแล้วใช้ทำรองเท้าเข็มขัดกระเป๋าเนื้องูเหลือมกินได้ชาวจีนชอบกินแต่ทำมาหากินยากแล้วก็แพงแพง

9
อื่นๆ / สัตววัตถุ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2017, 09:19:48 AM »

สัตว์ชั้นเลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์ที่จัดอยู่ในชั้นนี้มีขน มีต่อมนมสำหรับใช้เลี้ยงตัวอ่อน มีกะบังลมสำหรับกันระหว่างช่องอกกับช่องท้อง หัวใจมี ๔ ห้อง เป็นสัตว์เลือดอุ่น กระดูกคอมี ๗ ชิ้น เส้นประสาทสมองมี ๑๒  คู่  มีต่อมเหงื่ออยู่ใต้ผิวหนัง ใบหูรุ่งเรืองดี สืบพันธุ์ภายในโดยมากตัวอ่อนเจริญรุ่งเรืองอยู่ข้างใน สมุนไพร ได้แก่ เม่น ลิ่น ช้าง  วัว ควาย หมี คน

10
อื่นๆ / สัตววัตถุหมูหริ่ง
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2017, 08:39:07 AM »

หมูหริ่ง
หมูหริ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่รับประทานพืชและก็เนื้อ
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arctonyx collaris  F. Cuvier
จัดอยู่ในสกุล Mustelidae
มีชื่อสามัญ hog badger
ชีววิทยาของหมูหริ่ง
ลำตัวและจมูกเหมือนหมู ขนาดวัดจากปลายจมูกถึงโคนหางยาว ๖๕-๑๐๔ เซนติเมตร หางยาว ๑๒-๑๗ ซม. หูยาว ๓.๕-๔ เซนติเมตร น้ำหนักตัว ๗-๑๔ กิโลกรัม   ขนหยาบคาย หางสั้น คอสีขาว เล็บยาวโค้งแหลม อุ้งเท้าใหญ่ เหมาะสำหรับการรื้อฟื้นดิน ขนตามลำตัวสีออกเหลือง เทา และก็ดำ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล โดยมีแถบสีดำดาดลงมาจากส่วนหู ผ่านตาทั้ง ๒ ข้างลงมาถึงจมูก มีแถบสีขาวจากหน้าผากลงมาถึงริมปากบน และก็มีแถบสีขาวอีกจุดหนึ่งตรงแก้ม คอและขนที่ขอบหูสีขาว เป็นสัตว์ที่มีกลิ่นเต่าแรงมาก จมูกไว กระชุ่มกระชวย เหมือนเคย สมุนไพร ถูกใจออกหากินเวลากลางคืน ศูนย์กลางวันซ่อนตัวตามโพรงดินหรือโพรงไม้ ถูกใจเขี่ยดินหาอาหารด้วยจมูกและก็เล็บเท้า   หมูหริ่งเป็นสัตว์ดุร้าย ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในฤดูหนาวถึงฤดูร้อน ตั้งครรภ์นานราว ๑๘๐ วัน คลอดลูกทีละ ๒-๔ ตัว ทีแรกๆๆลูกๆจะอยู่ในโพรงดิน จนกว่าจะแข็งแรงพอก็เลยจะออกมาหาเลี้ยงชีพพร้อมทั้งแม่  อายุยืน ๖-๗ ปี  อาหารเป็นพวกผลไม้ หน่อไม้ หนู กิ้งก่า แมลง รวมทั้งไส้เดือน ในประเทศไทยมักพบทางภาคเหนือแล้วก็ภาคใต้ ในต่างประเทศพบที่ประเทศอินเดีย จีน พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเชีย รวมทั้งอินโดนีเชีย

คุณประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้ “น้ำมันหมูหริ่ง” อันเป็นน้ำมันที่ได้จากการต้มมันเปลวหมูหริ่ง เป็นยาพื้นสำหรับการตระเตรียมยาน้ำมันหรือยาขี้ผึ้ง เป็นต้นว่าในตำรับยาขนานที่ ๖๙ สีปากบี้พระเส้น

Tags : สมุนไพร

11
อื่นๆ / สัตววัตถุโคโรค
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2017, 08:38:45 AM »

โคโรค
โคโรคเป็นชื่อเครื่องยาอย่างหนึ่ง เครื่องยานี้ใช้ในยาจีน สมุนไพร ประเภทที่เป็นของแท้แล้วก็ของดีมีราคาสูงมากมาย ตำราเรียนยาแห่งเมืองจีนได้รับรองเอาไว้ภายในชื่อเครื่องยาว่า Calculus Bovis มีชื่อสามัญว่า cow bezoar จีนเรียก หนิวหวาง(จีนสำเนียงแมนดาริน) วัวโรคเป็นก้อนนิ่วหรือหินปูนที่เกิดในถุงน้ำดีของโคบ้าน (gallstone) อันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos Taurus domesticus Gmelin ในสกุล Bovidae มี ๒ แบบ
๑. วัวโรครูปไข่ อาจมีรูปไข่ รูปกลมหรือเกือบกลม หรือสามเหลี่ยมขนาดวันผ่านศูนย์กลาง ๑-๓ เซนติเมตร ผิวละเอียดแล้วก็เรียบ โดยทั่วไปมักมีสีเหลืองทองคำหรือสีน้ำตาลอมเหลือง หรืออาจมีสีอ่อนหรือเข้มกว่า เป็นมันวาวเล็กน้อย บางชิ้นอาจฉาบด้วยเยื่อบางสีดำเข้ม บางชิ้นอาจมีผิวหยาบคายและก็มีรอยแตก มีน้ำหนักเบา เนื้อไม่แน่น แตกง่าย ลอกออกเป็นชั้นๆได้ เมื่อผ่าออกภายในจะมีสีอ่อนกว่า มีเม็ดและรอยพอกของหินปูนเป็นชั้นๆมีกลิ่นหอมจางรสขม แล้วหวาน เคี้ยวง่าย ไม่ติดฟัน เมื่อค้ยวให้ความรู้สึกเย็นและชื่นบานในปาก
๒. โคโรครูปรีคอดกึ่งกลาง (dumb-bell) มีผิวไม่เรียบ บางชิ้นมีเส้นโค้งตามยาว บางชิ้นมี “เกล็ด” แต่โดยปกติมักยาวราว ๓ ซม. ขนาดวัดผ่านศูนย์กลาง ๑-๑.๕ ซม. สีน้ำตาลลอมแดง มีรอยแตกแล้วก็ก้อนเล็กๆเมื่อผ่าออกจะมองเห็นเม็ดน้อยกว่าแบบรูปไข่ สีแก่กว่า รวมทั้งตรงกลางกลวง
ของแท้หรือของที่ไม่ใช่ของจริง
ด้วยเหตุว่าโคโรคเป็นเครื่องยาที่มีราคาแพง ในตลาดจึงมีของที่เป็นของปลอมขายมาก ของที่ไม่ใช่ของแท้นั้นอาจได้จากก้อนนิ่วในถุงน้ำดีของสัตว์อื่น เป็นต้นว่า หมู แพะ อูฐ หรือสร้างขึ้นจากผงขมิ้นชัน ผงขมิ้นเครือ หรือผงโกษฐ์กะทองคำ ผสมกับน้ำดีของวัว กาวหนังลาชัน เป็นต้น กรรมวิธีพิจารณาว่าโคโรคเป็นของแท้หรือของปลอม อาจทำเป็นหลายแนวทาง อาทิเช่น
๑. วิธีการใช้เข็มแทง ทำได้โดยเผาเข็มจนกระทั่งแดง แล้วแทงลงไปในก้อนวัวโรค จะกำเนิดรอยแยก ส่วนประกอบที่แยกจะเป็นชิ้นบางๆเนื้อละเอียด ติดกันรวมทั้งเปราะ มีกลิ่นหอมยวนใจจางๆตรงรอยเจาะเป็นจุดขาวๆปลายเข็มไม่เป็นสีเหลืองเมื่อถอนเข็มออก ต่างจากของที่ไม่ใช่ของจริงซึ่งไม่มีจุดขาวแล้วก็ปลายเข็มมีสีเหลืองเมื่อถอนเข็มออก นอกจาก ของปลอมไม่มีเม็ดเมื่อผ่าออก และก็มีกลิ่นแตกต่างกัน
๒. วิธีการใช้เล็บ พ่นน้ำหยดเล็กๆลงบนเล็บนิ้วโป้งมือ โรยผงวัวโรคนิดหน่อยลงบนหยดน้ำบนเล็บนั้น ถ้าหากเป็นของแท้จะทำให้เล็บเป็นสีเหลือง เป็นมันวาวผ่องใสอยู่นาน รู้สึกเย็น ถ้าเป็นของปลอม เล็บจะเป็นสีเหลือง แต่จะจางหายไปอย่างเร็ว เล็บเป็นเงาหมองๆไม่มีความรู้สึกเย็นที่เล็บ
๓. วิธีลอง ลองวัวโรคปริมาณน้อย หรือใช้ลิ้นเลียก้อนโคโรค หากเป็นของแท้จะรู้รสขมก่อน แล้วจึงมีรสหวานตาม ให้ความรู้สึกเย็นและมีชีวิตชีวาลงไปถึงคอ โดยไม่มีกลิ่นแปลกๆหรือกลิ่นแรงๆนอกจากนั้น ถ้าบดโคโรคจะไม่มีความรู้สึกเหมือนเคี้ยวทราย ไม่ติดฟัน ไม่มีกาก รวมทั้งทำให้ลิ้นเป็นสีเหลือง
๔. แนวทางใส่ลงไปในน้ำ เอาโคโรคใส่ลงไปในน้ำ ถ้ายังคงเป็นก้อนรูปและก็ขนาดอย่างเดิม หมายความว่าเป็นของแท้ ถ้าก้อนนั้นพองขึ้นรวมทั้งแตก ก็เป็นของเลียนแบบ

คุณประโยชน์ทางยา
หนังสือเรียนจีนว่า วัวโรคมีรสขม หวาน และเย็น มีสรรพคุณเกี่ยวกับเส้นหัวใจแล้วก็ตับ โดย
๑. ช่วยและลด “เสมหะ” ใช้สำหรับในการแก้ผู้เจ็บป่วยภาวการณ์ช็อครวมทั้งโคม่า เพ้อและไม่รู้สึกตัวเพราะว่าไข้สูง รวมทั้งโรคลมชักในเด็ก อันเป็นผลมาจากการสั่งสม “เสมหะ” รวมทั้งความร้อนภายในร่างกาย
๒. ช่วยสยบ “ลม” อันกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดพยาธิสภาพภายในแล้วก็หยุดการชัก ใช้แก้อาการชักเนื่องมาจากไข้สูง
๓. กำจัด “ความร้อน” และสารพิษต่างๆใช้เป็นยาแก้โรคมะเร็งเต้านม ลักษณะการเจ็บคอ คอตีบ ปากเป็นแผลจากด้านใน เป็นต้น
ขนาดรวมทั้งวิธีการใช้
บดวัวโรคให้เป็นผงละเอียด ทำเป็นยาผงหรือยาเม็ด ใช้ขนาด๐.๑๕-๐.๓๕ กรัม ผสมกับน้ำ การใช้กับสตรีในระหว่างตั้งครรภ์ ควรจะใช้ด้วยความระวัง

12
อื่นๆ / สัตววัตถุ เเพะ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2017, 04:04:31 PM »

แพะเป็นสัตว์เลือดอุ่น
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Capra hircus Linnaeus
จัดอยู่ในตระกูล Bovidae
มีชื่อสามัญว่า  goat
ชีววิทยาของแพะ
แพะเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนแกะ  แต่ว่ามีลักษณะที่แตกต่างที่เห็นได้ชัด  เป็น
๑.แพะมีหนวดเคราใต้คาง ส่วนแกะไม่มี
๒.แพะตัวผู้มีต่อมกลิ่นสาบที่ใต้โคนหาง กลิ่นสาบจะกระจายจากต่อมนี้ไปทั่วตัว เรียกกันว่า “กลิ่นแพะ” ส่วนแกะไม่มีต่อมกลิ่นดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
๓.แพะไม่มีต่อมกลิ่นที่หว่างกีบ แต่ว่าแกะมีต่อมกลิ่นดังกล่าวข้างต้น
๔.แพะมักมีเขาเหมือนกระบี่ โค้งไปข้างหลัง แกะมักมีเขาม้วนกลับไปใต้หู แต่ก็ไม่เป็นเช่นนี้เสมอไป
๕.แพะมักมีขนเป็นเส้นตรงๆ ส่วนใหญ่เป็นขนสั้นๆแม้กระนั้นลางจำพวกที่เลี้ยงไว้บนที่สูงอาจมีขนยาว แต่แกะมีขนม้วนหนาไปหมดทั้งตัว
 แพะบ้านที่เลี้ยงกันทั่วๆไปมีพัฒนาการมาจากแพะป่า ( wild  goat)  ซึ่งมีความสูง  ๗๐-๑๐๐  เซนติเมตร เขายาวโค้งไปข้างหลัง  ยาวราว  ๘๐-๑๓๐  ซม.  โค้งข้างบนคมและก็หยักเป็นคลื่น ตัวเมียมีเขาสั้น ยาวราว  ๒๐-๓๐  ซม. เขาโค้งน้อย เพศผู้มีหนวดเคราใต้คาง ไม่พบว่าตัวเมียมีหนวดเคราใต้คาง เจอแพร่ขยายตามเกาะต่างๆของประเทศกรีซ ถึงประเทศตุรกี ประเทศอิหร่าน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน โอมาน ประเทศปากีสถาน และรอบๆใกล้เคียงในอินเดียในขณะนี้มีการเลี้ยงแพะบ้านกันในหลายประเทศ  บางประเทศเลี้ยงเพื่อเอาขน แต่จำต้องเลี้ยงบนที่ราบสูงที่มีอากาศหนาวเย็น บ้างก็เลี้ยงไว้รับประทานนม บ้างก็เลี้ยงไว้รับประทานเนื้อ ชาวอิสลามชอบกินเนื้อแพะมากมาย

ประโยชน์ทางยา
หมอแผนไทยรู้จักใช้เขาแพะแล้วก็นมแพะเป็นเครื่องยา บางขนานใช้นมแพะเป็นน้ำกระสายยาน้ำนมแพะได้จากเต้านมของแพะตัวเมียที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ แบบเรียนสรรพคุณยาโบราณว่า น้ำนมแพะมีรสหวาน ฝาด เย็น มีคุณประโยชน์แก้เลือด แก้โรคหืดไอ แก้ท้องเสีย

13
อื่นๆ / สัตววัตถุวัว
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2017, 10:15:33 AM »

วัว
คำ “โค” เป็นคำที่แผลงมาจากคำไทยว่า “งัว” ส่วนคำ “วัว” เป็นคำเรียกสัตว์ชนิดนี้ในภาษาบาลี (คำ“วัว” นี้บางทีอาจหมายความว่าดวงตะวัน  เป็นต้นว่าในคำ“โคจร” ซึ่งแปลว่า ทางเดินของดวงตะวัน )
ชีววิทยาของโค
โคเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง กินต้นหญ้า มี ๔ เท้า แล้วก็กีบเป็นคู่ เขากลวง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  Taurus (Linnaeus) จัดอยู่ในตระกูล Bovidae
โคบ้านมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  bos  Taurus  domesticus  Gmelin  วัวบ้านของไทยมีวิวัฒนาการมาจากโคป่าหรือวัวออรอคอยกส์  (Aurochs)  ซึ่งปัจจุบันนี้สิ้นพันธุ์ไปหมดแล้ว  โคป่าที่ยังคงพบในบ้านเราเป็นโคแดง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bos  javanicus  (D’Alton)  เข้าใจว่าวัวแดงนี้น่าจะสืบเชื้อสายมาจากสชวัวออรอคอยกส์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  ต่อมาโคแดงนี้จึงสืบสายมาเป็นวัวบ้านของเมืองไทย ทำให้รูปร่างแล้วก็สีสันของโคบ้านราวกับโคแดงมาก แม้กระนั้นรูปร่างใหญ่มากยิ่งกว่าและสูงขึ้นมากยิ่งกว่า โคแดงมีความสูงที่ไหล่ราว ๑.๗๐ เมตร หรือกว่านั้น มีเขายาวราว ๗๐ เซนติเมตร โคแดงมีสีน้ำตาลปนแดงราวกับโคบ้าน ตัวผู้เมื่อมีอายุมากมายๆสีบางทีอาจแปรไป โคแดงเป็นสัตว์ที่ถูกใจอยู่เป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีราว ๒๐-๓๕ ตัว มักมีตัวเมียแก่ๆเป็นจ่าฝูง แต่ละฝูงมักมีตัวผู้เพียงแต่ตัวเดียว คอยทำหน้าที่ผสมพันธุ์เมื่อตัวเมียเป็นสัด

ประโยชน์ทางยา
แพทย์แผนไทยรู้จักใช้น้ำนมวัว (นมโค) ขี้วัว (ขี้วัว) และก็น้ำมูตรวัว (น้ำมูตรโค) น้ำมันไขข้อโค เป็นยา
๑. นมวัว ได้จากเต้านมของวัวเพศภรรยาที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ตำราเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า นมโคหรือน้ำนมโคมีรสหวาน มัน เย็น มีสรรพคุณปิดธาตุ แก้โรคในอก บำรุงกำลังแล้วก็เลือดเนื้อ รุ่งเรืองไฟธาตุ แพทย์แผนไทยมักใช้นมวัวเป็นน้ำกระสายยา เป็นต้นว่า “ยาแก้ลมโกฏฐาสยาวาตา” ใน พระตำราโรคนิทาน ใช้ “นมโค” เป็นน้ำกระสายยา ดังนี้ลมโกฏฐาสยาวาตาแตกนั้น มักให้เหม็นคาวคอ ให้คลื่นไส้ ให้จุกเสียด ให้เขมือบในอกหากจะแก้ ให้เอาใบสลอดต้มกับเกลือให้สุกแล้วผึ่งแดดให้แห้ง ๑   ชะเอมเทศ ๑  รากเจตมูลเพลิงเเดง ๑  รากโคนงแตก ๑  รากจิงจ้อใหญ่ ๑  ลำพัน ๑  พริกล่อน ๑  ดีปลี ๑  ใบหนาด ๑  การะบูร ๑  เอาเสมอภาค ทำเปนจุณ ละลาย นมโค ก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้ น้ำร้อนก็ได้ กินหายแล
๒. ขี้วัว ตำราเรียนยามักเรียก น้ำมูลโค แพทย์แผนไทยใช้ขี้วัวปรุงเป็นยาบำบัดโรคทั้งยังภายในแล้วก็ด้านนอกหลายขนาน ส่วนใหญ่ใช้ขี้วัวดำ หนังสือเรียนคุณประโยชน์ยาโบราณว่า ขี้วัวดำมีรสขม เย็น มีสรรพคุณดับพิษร้อน พิษไข้ พิษรอยแดง ลางตำราว่าขี้วัวสดรวมทั้งแห้งผสมกับใบน้ำเต้าสดแล้วก็เหล้า ตำคั้นเอาน้ำ ทาแก้เริม ไฟลามทุ่ง งูสวัด ผื่นคัน   และแก้พุพอง ฟกบวม ทำลายพิษ
๓. น้ำมูตรวัว ตำรายามักเรียกว่า น้ำมูตรวัว  รวมทั้งมักใช้น้ำมูตรโคดำเป็นน้ำกระสายยา อาทิเช่น ยาสตรีขนานหนึ่งใน พระตำรามหาโชตรัต ใช้ “มูตรโคดำ” เป็นกระสาย   ดังต่อไปนี้ ถ้าเกิดหญิงเลือดตกทางทวารหนักทวารเบา มิออกสะดวก ให้เอาขมิ้นอ้อย ๑ ไพล ๑ ผลผักชีล้อม ๑ บดละลายด้วย มูตรโคดำ รับประทานหายแล
๔. น้ำมันไขข้อโค พระหนังสือมุจฉาปักขันทิกา ให้ยาน้ำมันทาแก้ไส้ขาดไส้ลามและแผลฝีเปื่อยยุ่ยขนานหนึ่ง เข้า “น้ำมันไขข้อวัว”   เป็นเครื่องยาด้วย ดังต่อไปนี้
ถ้ามิฟัง   พิษนั้นกล้านักมักเผาเอาเนื้อนั้นสุก สาวเข้าไปแต่ว่าปลายองคชาตวันแล้ววันเล่าๆก็ดีแล้ว   ท่านให้หุงน้ำมันนี้ใส่   ดับพิษทั้งยังรักษาเนื้อไว้   ไม่ให้หนุ่มเข้าไปได้ ท่านให้เอามะพร้าวแตกออกบนต้นเขี้ยวน้ำมันให้ได้ถ้วย ๑  จึงเอาใบกระเม็ง ๑ ใบยาสูบสดๆ๑  เปลือกพันพาย ๑  เปลือกจิก ๑  เปลือกกรด ๑  เบญจลำโพง ๑  ใบเทียน ๑  ใบทับทิม ๑   ใบขมิ้นอ้อย ๑ ใบเลี่ยน ๑  ยาทั้งนี้เอาสิ่งละถ้วย ใส่ลงกับน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวหุงให้คงแม้กระนั้นน้ำมัน แล้วเอาน้ำมันแมวดำชาตรีจอก ๑ น้ำมันขัดไก่จอก ๑   น้ำมันไขข้อโคจอก  ๑   ปรุงใส่ลงเถอะยอดเยี่ยมนัก  น้ำมันนี้ท่านตีค่าไว้ตำลึงทองคำหนึ่งใช้ได้ทุกอย่าง แลตานทรางสรรพพิษฝียุ่ยสาว   อีกทั้งแก้มิให้เป็นด่างเป็นแผลให้คงคืนดีคนเก่า แลแก้ไส้กุดไส้ลาม  ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมาแม้กระนั้นคราวหลังหายสิ้นอย่าสนเท่ห์เลย  ได้ทำมามากมายแล้ว  หนังสือเรียนนี้ฝรั่งเอามาแต่ว่าเมืองยักกัยี่ห้อแล

14

รับประทานกวาวเครือแดงก่อนปัญหานกเขาไม่ขัน
ตอนนี้ได้มีการขายกวาวเครือแดงลักษณะที่กินได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแผนโบราณ และยาแผนโบราณสามัญประจำบ้าน นับได้ว่ามีความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้านด้วยแล้ว เป็นการมีความหมายว่าขายกวาวเครือแดง เป็นยาที่สามารถกินเองได้โดยไม่จำเป็นควรมีใบสั่งจากแพทย์ และก็การขายส่งกวาวเครือแดงร่วมกับสมุนไพร อาทิเช่น ตรีผลา คือ มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก ก็มีในตำรับโบราณ ทั้งนี้ ตรีผลา ก็มีความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้สมดุลของร่างกาย การทานร่วมกับ จึงช่วยทำให้มีสมดุลที่ดี

  • 1. ขายกวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา สรรพคุณผลดี ช่วยบำรุงรักษาสุขภาพทางกาย รวมทั้งใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
  • แคปซูลกวาวเครือแดง เป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายแก่ยืนยาวขึ้น ช่วยให้ร่างกายรวมทั้งเยื่อเสื่อมช้าลง
  • สรรพคุณช่วยก้าวหน้าธาตุไฟในร่างกาย
  • ช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณ บำรุงสุขภาพเนื้อหนังให้เต่งตึง
  • ขายกวาวเครือแดงช่วยเพิ่มกล้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบอกช่วยให้อกโต
  • ขายหัวของกวาวเครือแดงช่วยทำนุบำรุงกำหนัด หรือเพิ่มความอยากทางเพศ ช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำเชื้อ มีฤทธิ์เพิ่มขายส่งกวาวเครือแดง ความแข็งตัวของอวัยวะสืบพันธุ์ เหมือนกันกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต (Sidenal Citrate) ของยาไวอากร้า (Viagra)
  • ขายกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยบำรุงรักษาเส้นโลหิต ทำให้โลหิตหมุนเวียน
  • ใบ และก็รากกวาวเครือแดง คุณประโยชน์ช่วยทำให้นอนหลับ
  • ราก และต้นกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยแก้เลือด
  • ราก แล้วก็ต้นกวาวเครือแดง สรรพคุณช่วยแก้ลมอัมพาต
  • เปลือกกวาวเครือแดงช่วยแก้อาการปวดฟัน
  • ขายกวาวเครือแดงมีฤทธิ์ช่วยแก้ไข้
  • แคปซูลกวาวเครือแดง ช่วยแก้อาการร้อนใน อยากดื่มน้ำ
  • ช่วยขับเสลด


 15.รับผลิตกวาวเครือแดง แก้อาการจุกเสียด แก้อาการลงท้อง แก้สะพั้น

  • หัวกวาวเครือแดงช่วยแก้ลักษณะของการปวดปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • เปลือกเถากวาวเครือแดง มีรสเย็นเบื่อเมา มีสรรพคุณช่วยแก้พิษงู
  • ขายกวาวเครือแดงจัดอยู่ในตำรับยาสมุนไพร “พิกัดเนาโลหะ” ซึ่งประกอบไปด้วย รากกวาวเครือแดง รากขันทองคำอาฆาตแค้น รากทองกวาวรากทองคำพันชั่งน้ำหนัก รากทองโหลง รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากใบทอง แล้วก็รากจำปาทองคำ โดยเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้เสลด แก้ลม ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยชำระล้างลำไส้ สมานลำไส้ แก้โรคดี แก้โรคตับ แก้ริดสีดวงทวาร แล้วก็ขับเมนส์ร้ายรับผลิตกวาวเครือแดง

    ขายกวาวเครือเเดง[/url][/u] ขายส่งกวาวเครือเเดง
    รับผลิตกวาวเครือเเดง เเคปซูลกวาวเครือเเดง
    สมุนไพรอื่นๆ
    คุณประโยชน์ของลูทีน
    ลูทีน รวมทั้งซีแซนทินเป็นแคโรทีนอยด์ที่สะสมอยู่รอบๆเรตินาของดวงตา ซึ่งเม็ดสีนี้จะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองเรตินาแล้วก็จอประสาทตาจากกรรมวิธี OxidativeStress ซึ่งนั่นนับว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ และลูทีน (lutein) แล้วก็ซีแซนทีน (zeaxanthin) ปฏิบัติหน้าที่เป็นสารต้านออกซิเดชันเพื่อคุ้มครองเซลล์รับแสง (photoreceptor cells) จากอันตรายจากอนุมูลอิสระที่เซลล์ทำขึ้นเนื่องจากมีจำนวนออกซิเจนสูง (oxygen tension) รวมทั้งจากการเช็ดกแสงสว่าง นอกเหนือจากนี้ยังเชื่อว่าสารประกอบทั้งสองนี้มีหน้าที่สำหรับในการกรองแสงสีฟ้าที่เป็นคลื่นแสงสว่างที่มีพลังงานสูง โดยประมาณว่าจะสามารถกรองแสงสีฟ้าลงได้ถึง 40 % ก่อนที่แสงสว่างจะตกถึงแมคูลา ด้วยเหตุดังกล่าวจะสามารถลดสภาพการณ์ความตึงเครียดออกซิเดชันต่อหน้าจอประสาทตาได้อย่างเป็นจริงเป็นจังยิ่งไปกว่านี้ลูทีนยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในดวงตาของผู้คนอีกด้วย เพราะเหตุว่าดวงตาของพวกเราจะมีสารอนุมูลอิสระอยู่จำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวทำลายเซลล์รับภาพและก็นำไปสู่โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับจอประสาทตาทั้งยังในเด็กแล้วก็ผู้ใหญ่ได้ ลูทีนนับว่าเป็นสารอาหารที่มีความ สำคัญสำหรับในการปกป้องจอประสาทตา โดยลูทีนจะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอรวมทั้งเอเอซึ่งมีส่วนช่วยสำหรับในการสร้างเสริมพัฒนาการด้านการมองมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะปฏิบัติหน้าที่ราวกับเป็นหลอดไฟ ส่วนลูทีนจะปฏิบัติหน้าที่ราวกับเป็นสารฉาบหลอดไฟฟ้าไม่ให้เสื่อมเร็ว และนอกจากลูทีนจะพบได้ทั่วไปในดวงตาของผู้คนแล้ว ยังพบได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองมองเห็นถึงร้อยละ 66 จึงมั่นใจว่าลูทีนมีส่วนช่วยในการรับภาพและก็ส่งต่อไปยังสมองก้าวหน้าขึ้นอีกด้วยจากการศึกษาเล่าเรียนทางระบาดวิทยา พบหลักฐานว่า ลูทีนแล้วก็ซีแซนทีนช่วยลดโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration: AMD) ที่ทำการ อาหารและก็ยาประเทศสหรัฐอเมริกา ให้การยืนยันสินค้าเสริมของกินลูทีนและก็ซีแซนทีน สำหรับการลดการเสี่ยงของการเกิดความเสื่อมถอยของตา อันเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก ลูทีนแล้วก็ซีแซนทีน จะมีคุณลักษณะในการช่วยชะลอความเสื่อมถอยของเรตินา รวมทั้งเลนส์ตาแล้ว ยังส่งผลให้ผิวหนังเปียกชื้น ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ คุ้มครองป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และก็ปกป้องการเกิดโรคหัวใจ
    สรรพคุณถั่งเช่า
    ถั่งเช่า สรรพคุณถั่งเช่าช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้น้ำเชื้อแข็งแรก เนื่องจากว่าการกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากยิ่งขึ้น ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในน้ำอสุจิได้ โดยจากการเรียนรู้ในเพศชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว จำนวนของสเปิร์มในสเปิร์มมากขึ้น 33% อีกทั้งยังลดจำนวนสเปิร์มที่มีความผิดธรรมดาลงได้ถึง 29% และก็เมื่อเรียนรู้เพิ่มเติมอีกก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มสิ่งที่จำเป็นทางเพศได้ 66 – 86% ทั้งยังยังมีคุณสมบัติในการปกป้องรักษาและเสริมสร้างลักษณะการทำงานของต่อมหมวกไต รวมทั้งเพิ่มโอกาสที่สเปิร์มจะกำเนิดได้ช่วยปรับให้รูปแบบการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีสรรพคุณช่วยปรับให้อัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติได้ ทั้งยังยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกซิเจน แล้วก็เพิ่มออกซิเจนให้หัวใจได้เสริมสร้างแนวทางการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วยปรับให้ปรุงลักษณะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ  ช่วยทำให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันมากขึ้นเรื่อยๆต้านทานมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์สำหรับในการต่อต้านโรคมะเร็ง โดยสารคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่าถือเป็นสารที่มีความสำคัญสำหรับการต้านการเกิดโรคมะเร็ง ปกป้องการเกิดและก็การแพร่ขยายของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล รวมทั้งสามกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูการทำงานของไต สำหรับคนเจ็บโรคไตเรื้อรัง การกินถั่งเช่าจะช่วยทุเลาอาการลง และก็ทำให้สุขภาพไต ทั้งยังยังลดความเสียหายของไตที่เกิดขึ้นมาจากสารพิษตกค้างได้เสริมสร้างการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลกระทบจากพิษ แล้วก็ปกป้องการเกิดพังทลายพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นรูปแบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเลี่ยงในการกำเนิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงเลือด สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบเลือด ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกสร้างในปริมาณที่พอเพียงต่อสถาพทางร่างกายลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่านับว่าเป็นสมุนไพรอีกประเภทที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการศึกษาพบว่าการรับประทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%
    สรรพคุณว่านชักมดลูก
    ว่านชักมดลูก ยาสมุนไพรท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เหง้า ฝนทาแผล แก้พิษสุนัขกัด หนังสือเรียนไทย เหง้า รักษาเลือดออกมาจากมดลูกหลังคลอด รักษามดลูกอักเสบ แก้ตับอักเสบ แก้เจ็บท้อง ขับน้ำดี รักษาอาการประจำเดือนมาผิดปกติ , ปวดท้องระหว่างมีเมนส์ ตกขาว ขับน้ำคาวปลา แก้ธาตุทุพพลภาพของกินไม่ย่อย แก้ริดสีดวงทวาร หัวตำดองดัวยสุรา กินครั้งละไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับคนคลอดลูกใหม่ๆแก้เจ็บปวดมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่หรือเข้าที่ ไม่อักเสบ นิยมนำหัวของว่านชักมดลูกที่เป็นหัวกลมสั้นมาฝานต้มน้ำสำหรับอาบ แล้วก็ดื่ม เพื่อสภาพร่างกาย และมดลูกฟื้นได้เร็วขึ้น ส่วนหญิงบางบุคคลในยุคใหม่ไม่ค่อยเจอการอยู่ไฟแล้ว แต่ว่าก็ยังนิยมใช้ว่านชักมดลูก/ว่านทรหดมาต้มน้ำอาบ และดื่มเสมอๆตลอดเวลา 3 เดือน หรือมากกว่า ว่านชักมดลูกยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร แก้ริดสีดวง แก้โรคไส้เลื่อน รักษาแผลในกระเพาะ คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งประเภทต่างๆลดอาการปวดบวมของแผล และต่อต้านการอักเสบของแผล ถ้าเป็นแผลด้านในจะใช้การต้มน้ำ หากเป็นแผลข้างนอกบางทีอาจใช้ทั้งยังการต้มน้ำกิน ใช้บดทาแผล หรือน้ำต้มล้างทาแผล ช่วยกระตุ้นกรรมวิธีการสร้างเซลล์ใหม่ รวมทั้งการซ่อมแซมเซลล์ที่ผุกร่อนหรือเซลล์รอยแผล ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวมองดูผ่องใส ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยสำหรับเพื่อการควบคุมน้ำหนัก กระตุ้นการหลั่งน้ำถุง รวมทั้งช่วยกระตุ้นกระบวนแขนย่อยของกิน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
    คุณประโยชน์พลูคาว
    พลูคาว เป็นสมุนไพรที่ให้ รสเผ็ด มีกลิ่นเหมือนคาวปลา เป็นยาเย็น แก้กามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ออกฤทธิ์ต่อปอดและก็ตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ทำลายพิษไข้ แก้พิษ ขับเยี่ยว แก้บวมน้ำ รักษาปอดอักเสบเป็นหนอง หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้ไอ รักษาติดเชื้อโรคฟุตบาทฉี่ ไตอักเสบบวมน้ำ ลำไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ แก้บิด แก้ริดสีดวงทวาร ด้านนอกใช้แก้พิษงู แมลงกัดต่อย แก้โรคผิวหนังกลากโรคเกลื้อน ฝีอักเสบ ทาภายนอกให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังในรอบๆนั้นมากมาย ปอดอักเสบ ไข้มาลาเรีย แก้โรคผิวหนังผื่นคัน  ฝีฝักบัว  ฝีแผลเปื่อย แล้วก็พอกในรายกระดูกหัก รวมทั้งหนองใน มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการช่วยต้านโรคมะเร็ง ยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง  มีฤทธิ์ในการช่วยบำบัดฟื้นฟูโรคความดันโลหิตสูง  ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ต่อต้านโรค ช่วยยืดอายุผู้เจ็บป่วยให้อยู่สู้โรคได้นานมากขึ้น  ช่วยยั้งโรคเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกาย   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาแล้วก็ช่วยต่อต้านเชื้อโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยา ช่วยรักษาอาการติดโรคกระทันหัน ติดเชื้อฟุตบาทหายใจ   ใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้น ใช้ทารักษาคางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก   กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวช่วยรักษาสภาวะภูมิแพ้ โรคหอบหืด ใช้เป็นยาระบาย อาหารไม่ย่อย  ช่วยขับพยาธิ  รักษาโรคตับอักเสบจำพวกดีซ่าน  รักษาแผลอักเสบบริเวณคอมดลูก รักษาการอักเสบรอบๆเชิงกราน   มีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ช่วยยับยั้งการเติบโตของไวรัสจำพวกต่างๆอาทิเช่น ฝีดาษ ฝึกหัด งูสวัด เริม เอดส์ (HIV)  เหมาะกับคนเจ็บและก็คนที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้โรคต่างๆมีอาการดีขึ้น  ใช้ควบคู่กับการดูแลรักษาด้วยเคมีบำบัดรักษาหรือการฉายรังสี จะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีลักษณะอาการแพ้ลดลง
    เมืองจีน เกาหลี ประเทศญี่ปุ่น ใช้ทั้งยังต้นเป็นยาลดไข้ ขจัดสารพิษ รักษาแผลในกระเพาะและลดการอักเสบ ประเทศเกาหลีใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันเลือดสูง ภาวการณ์หลอดเลือดแข็งตัวเหตุเพราะมีการสะสมของไขมัน (atherosclersis) รวมทั้งโรคมะเร็ง ส่วนเนปาลใช้ลำต้นใต้ดินในตำรับยาที่เกี่ยวกับโรคของสตรี ขับรอบเดือน ใช้ต้นเป็นยาย่อยอาหาร ทุเลาอาการอักเสบ ใบใช้เพื่อการรักษาโรคผิวหนัง แก้บิดและก็ริดสีดวงทวาร
    สรรพคุณ ดอกดาวเรือง
    ดอกดาวเรือง รสขม ฉุนนิดหน่อย ใช้ละลายเสลด, แก้มึนหัว, ตาแดง, ลดไข้, บำรุงตับ, แก้ร้อนใน,ไอหวัด,โรคไอกรน, เต้านมอักเสบ, เป็นแผลมีหนอง, บำรุงสายตาใบ รสชุ่มเย็นมีกลิ่นแรง ใช้แก้ฝีหนอง อาการบวมโดยไม่ทราบมูลเหตุ,ลดการต่อว่าเชื้อ น้ำมันหอมระเหย มีสรรพคุณแก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม สามารถคุ้มครองป้องกันผิวแห้ง ผิวแตกลาย บำรุงผิว บำรุงเส้นผม
    รากดอกดาวเรือง มีรสขมเผ็ดนิดหน่อย มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดแล้วก็ตับ ใช้เป็นยาระบายน้ำคั้นจากใบใช้แก้อาการหูเจ็บ ปวดหู ช่วยแก้อาการปวดฟัน ช่วยรักษาปากเปื่อยยุ่ย แผลเปื่อยยุ่ย ช่วยแก้อาการปวดท้อง ใช้เป็นยาขับพยาธิเภสัชตำรับของเม็กซิโก เคยใช้ดอกและใบต้มน้ำดื่มใช้ขับลมและขับฉี่  ในอินเดีย น้ำคั้นจากดอกใช้ฟอกโลหิตแล้วก็แก้ริดสีดวงทวาร ในบราซิล ใช้ดอกชงน้ำหรือต้นน้ำกิน แก้อาการปวดตามข้อ
    สรรพคุณตรีผลา
    ตรีผลา แบบเรียนยาไทย  ผลอ่อน แก้ไข้เพื่อขับเสลด และก็ไข้เจือลม เป็นยาระบาย ยาถ่าย ผลแก้ แก้เสลดจุกคอ ทำให้เปียกแฉะคอ แก้โรคตา แก้ธาตุกำเริบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ท้องเสียท้องเสีย รักษาโรคโรคท้องมาน เม็ดในแก้บิดแก้บิดมูกเลือด ประเทศพม่า ใช้ผลแห้งรักษาอาการไอ รวมทั้งโรคตา ในอินโดจีน ใช้เป็นยาฝาดสมาน แล้วก็ยาบำรุง ผลสดเป็นยาถ่ายตำราเรียนยาไทย ผลระบายอ่อนๆแก้ลมป่วง แก้พิษร้อนใน คุมธาตุ แก้ลมจุกเสียด รู้ผายธาตุ ทราบระบายรู้อึ ถ่ายพิษไข้ คุมธาตุในตัวเสร็จ แก้ไข้เพื่อเสมหะ ผลอ่อน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย อุจจาระ ทราบถ่ายรู้ปิดเอง แก้ลมจุดเสียด คลื่นไส้ แก้สะอึก แก้โรคหืดไอ แก้ท้องเสียเรื้อรัง ทำเป็นยาชงใช้อมล้างคอแก้เจ็บคอ เม็ด รสขม ทำให้เจริญอาหาร

    Tags : ขายกวาวเครือเเดง,ขายส่งกวาวเครือเเดง,รับผลิตสมุนไพร

15

ขายสมุนไพรกวาวเครือขาว สรรพคุณที่สามารถช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลโรคต่างๆอีกต่อไป
ขายกวาวเครือขาว จัดเป็นไม้เลื้อย หรือพืชในตะถั่ว โดยเป็น 1 ใน 4 จำพวกประเภทอย่างของกวาวเครือขาวทั้งสิ้น มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะกลม มีหลายขนาด หากหัวที่มีอายุมากบางทีอาจหนักถึง 20 กก. เมื่อเอามีดผ่าค่อนข้างจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนมเนื้อในจะมีสีขาวเหมือนมันแกว เนื้อเปราะ มีเส้นมากขายกวาวเครือขาวท่อนหัวเล็ก เนื้อในจะละเอียดมีน้ำมาก รวมทั้ง นิยมแพร่พันธุ์หรือการรับผลิตกวาวเครือขาวพบได้ทั่วไปทางภาคเหนือและอีสานของประเทศ ขายกวาวเครือขาวเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับหญิงแม้กระนั้นสำหรับผู้ชายก็สามารถรับประทานได้เช่นกันซึงตามขายส่งกวาวเครือขาวคุณประโยชน์ช่วยให้สาธารณสุข จัดให้ขึ้นบัญชีเป็นตำหรับยาแผนโบราณแล้วก็ยาแผนโบราณสามัญประจำบ้าน ซึ่งสามารถได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งหมอกวาวเครือขาว ในปัจจุบันมีขายกวาวเครือขาวในรูปของแคปซูลที่เป็นกระปุกหลากหลายแบรนด์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของคนที่จะรับประทานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำ ไม่ควรกินรับผลิตกวาวเครือขาวเกินวันล้ะ 1-2 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 ผู้ตัดสินของกินและก็ยากำคราวดขนาดในการกินว่าห้ามเกินวันล้ะ 100 มิลลิกรัม เวลา เช้า-เย็นแคปซูลกวาวเครือขาว ก่อนรับประทานอาหารครึ่งชั่วโมง ( หรือตอนตื่นกับนอน) รวมทั้งเว้นช่วงที่มีระดูหรือจะต้องรอคอยให้รอบเดือนหมดก่อนขายกวาวเครือขาวแล้วค่อยเริ่มรับประทานสำหรับคนที่กินยาคุมแบบ 21 เม็ดก็ให้เว้นตอน 7 วันที่หยุดกินแต่ถ้าเกิดเป็นแบบ 28 เม็ดก็ให้เว้นการรับประทานในช่วงที่รับประทานเม็ดแป้ง 7 เม็ด (แม้กระนั้นอีกแบบเรียนกล่าวว่าไม่ควรกินขายส่งกวาวเครือขาวร่วมกับยาคุม เนื่องจากว่าอาจจะก่อให้เป็นผลที่ขัดแย้งกัน ควรที่จะทำการขายกวาวเครือขาวเลือกกินอย่างใดอย่างหนึ่ง) ขายกวาวเครือขาวหรือแคปซูลกวาวเครือขาวอีกการใช้ผงกละโมบกวาวเครือขาวผสม กับน้ำผึ้งปั่นปั่นเป็นลูกขนาดเท่าเมล็ดพริกไทยรับประทานวันละ 1 เม็ด
ขายกวาวเครือขาว ขายส่งกวาวเครือขาว จำหน่ายกวาวเครือขาว
แคปซูลกวาวเครือขาว รับผลิตกวาวเครือขาว

สมุนไพรอื่นๆ
สรรพคุณถั่งเช่า
ถั่งเช่า สรรพคุณถั่งเช่าช่วยเสริมสมรรถนะทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้น้ำเชื้อแข็งแรก ด้วยเหตุว่าการกินถั่งเช่าจะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสืบพันธุ์เพิ่มมากขึ้น ถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณของสเปิร์มในสเปิร์มได้ โดยจากการศึกษาในเพศชาย 22 คนพบว่าเมื่อใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมแล้ว ปริมาณของสเปิร์มในอสุจิมากขึ้น 33% อีกทั้งยังลดปริมาณสเปิร์มที่มีความผิดธรรมดาลงได้ถึง 29% รวมทั้งเมื่อศึกษาเพิ่มเติมก็พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยเพิ่มสิ่งที่ต้องการทางเพศได้ 66 – 86% ทั้งยังยังมีคุณลักษณะสำหรับการปกป้องรวมทั้งสร้างเสริมการทำงานของต่อมหมวกไต แล้วก็เพิ่มจังหวะที่สเปิร์มจะปฏิสนธิได้ช่วยปรับให้รูปแบบการทำงานของหัวใจ  ถั่งเช่า มีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติได้ อีกทั้งยังช่วยทุเลาอาการหัวใจขาดออกสิเจน แล้วก็เพิ่มออกสิเจนให้หัวใจได้สร้างเสริมรูปแบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ช่วยทำให้ปรุงแนวทางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ  ช่วยทำให้ร่างกายสร้างเซลล์ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆต้านมะเร็ง ถั่งเช่าก็ยังมีฤทธิ์ในการต่อต้านโรคมะเร็ง ขึ้นรถคอร์ไดเซปิน (Codycepin) ที่อยู่ในถั่งเช่านับว่าเป็นสารที่มีความจำเป็นสำหรับการต่อต้านการเกิดมะเร็ง คุ้มครองการเกิดและก็การแพร่กระจายของเนื้อร้ายลดไขมันในเลือด ถั่งเช่ามีคุณประโยชน์ควบคุมระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และสามกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยอื่นๆฟื้นฟูการทำงานของไต สำหรับคนไข้โรคไตเรื้อรัง การกินถั่งเช่าจะช่วยทุเลาอาการลง รวมทั้งทำให้สุขภาพไตดีขึ้น ทั้งยังยังลดความย่ำแย่ของไตที่เกิดขึ้นจากสารพิษตกค้างได้สร้างเสริมรูปแบบการทำงานของตับ การกินถั่งเช่าเป็นอาหารเสริมจะช่วยลดผลพวงจากพิษ แล้วก็คุ้มครองป้องกันการเกิดพังพืดในตับ สารต้านอนุมูลอิสระก็ยังเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเลี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ด้วยบำรุงเลือด สารที่อยู่ในถั่งเช่าก็ยังช่วยเสริมสร้างลักษณะการทำงานของระบบเลือด ทำให้ร่างกายสร้างไขกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงและก็เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตในปริมาณที่พอเพียงต่อสุขภาพลดระดับน้ำตาลในเลือด ถั่งเช่าถือเป็นสมุนไพรอีกประเภทที่ช่วยลดน้ำตาลได้ โดยมีการศึกษาเล่าเรียนพบว่าการรับประทานถั่งเช่าวันละ 3 กรัม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95%
ประโยชน์/คุณประโยชน์ของลูทีน
ลูทีน และก็ซีแซนทินเป็นแคโรทีนอยด์ที่สะสมอยู่รอบๆเรตินาของดวงตา ซึ่งเม็ดสีนี้จะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองปกป้องเรตินารวมทั้งจอประสาทตาจากแนวทางการ OxidativeStress ซึ่งนั่นถือได้ว่าจะช่วยลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหน้าจอประสาทตาเสื่อมได้ และลูทีน (lutein) รวมทั้งซีแซนทีน (zeaxanthin) ปฏิบัติหน้าที่เป็นสารต้านออกซิเดชันเพื่อปกป้องเซลล์รับแสง (photoreceptor cells) จากอันตรายจากอนุมูลอิสระที่เซลล์ทำขึ้นเพราะว่ามีจำนวนออกสิเจนสูง (oxygen tension) รวมทั้งจากการเช็ดกแสง นอกจากนั้นยังมั่นใจว่าสารประกอบทั้งสองนี้มีหน้าที่สำหรับเพื่อการกรองแสงสีฟ้าที่เป็นคลื่นแสงสว่างที่มีพลังงานสูง คร่าวๆว่าจะสามารถกรองแสงสีฟ้าลงได้ถึง 40 % ก่อนที่แสงสว่างจะตกถึงแมคูลา โดยเหตุนี้จะสามารถลดสถานการณ์ความเคร่งเครียดขบวนการออกซิเดชันต่อจอประสาทตาได้อย่างเป็นจริงเป็นจังนอกจากนั้นลูทีนยังปฏิบัติภารกิจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในดวงตาของผู้คนอีกด้วย เนื่องจากว่าดวงตาของเราจะมีสารอนุมูลอิสระอยู่เยอะๆ ซึ่งจะเป็นตัวทำลายเซลล์รับภาพรวมทั้งนำมาซึ่งโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าจอประสาทตาอีกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้ ลูทีนถือเป็นสารอาหารที่มีความ สำคัญสำหรับการปกป้องหน้าจอประสาทตา โดยลูทีนจะทำงานร่วมกันกับกรดไขมันดีเอชเอแล้วก็เอเอซึ่งมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการเสริมสร้างวิวัฒนาการด้านการมองมองเห็นของเด็ก โดยดีเอชเอและเอเอ จะทำหน้าที่เสมือนเป็นหลอดไฟฟ้า ส่วนลูทีนจะทำหน้าที่เสมือนเป็นสารฉาบหลอดไฟฟ้าไม่ให้เสื่อมเร็ว และนอกจากลูทีนจะพบได้มากในดวงตาของมนุษย์แล้ว ยังเจอได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการมองมองเห็นถึงปริมาณร้อยละ 66 จึงเชื่อว่าลูทีนมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการรับภาพแล้วก็ส่งต่อไปยังสมองได้ดีขึ้นอีกด้วยจากการเรียนทางระบาดวิทยา พบหลักฐานว่า ลูทีนแล้วก็ซีแซนทีนช่วยลดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration: AMD) ที่ทำการ อาหารรวมทั้งยาสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองสินค้าเสริมของกินลูทีนและซีแซนทีน สำหรับเพื่อการลดความเสี่ยงของการเกิดความเสื่อมโทรมของตา อันมีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น นอกจาก ลูทีนรวมทั้งซีแซนทีน จะมีคุณลักษณะในการช่วยชะลอความเสื่อมของเรตินา รวมทั้งเลนส์ตาแล้ว ยังส่งผลให้ผิวหนังชุ่มชื้น ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และก็คุ้มครองการเกิดโรคหัวใจ
การใช้คุณประโยชน์รากสามสิบ
ตำรับยาสมุนไพรรากสามสิบ ประจำถิ่นใช้ ราก ต้มน้ำแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมตำราเรียนยาไทย  ใช้ ราก ซึ่งมีรสเย็น หวานเปียก ใช้แก้ขัดเบา ขับฉี่ รวมทั้งขับเสลด บำรุงเด็กในท้อง บำรุงตับปอด แก้ตับปอดทุพพลภาพ บำรุงกำลัง แก้กษัย ใช้ ต้นหรือราก ต้มน้ำดื่ม แก้แท้งลูก ราก มีรสขื่นเย็น รับประทานเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากดื่มน้ำ แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว ฝนทาแก้พิษแมลงป่องกัดต่อย แก้ปวดฝี ทำให้เย็น ถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน บำรุงตับ ปอด ชูกำลัง ผสมกับเหง้าขิงป่า และก็ต้นจันทน์แดงผสมเหล้าโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน  ผล มีรสเย็น ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับ ไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง  หนังสือเรียนยาโบราณของไทยระบุว่า ต้นสามสิบเป็นยาบำรุงสำหรับสตรีชั้นยอดเยี่ยมตัวหนึ่ง โดยให้เอารากต้มน้ำหรือปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่ดีเหมือนปกติปวดประจำเดือน ภาวะมีลูกยาก ภาวะหมดระดู บำรุงนม บำรุงครรภ์  บำรุงปอด ตับ ลดน้ำตาลในเลือด แก้โรคคอพอก รากใช้ฝนทาแก้อาการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยถอนพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน ช่วยบรรเทาอาการระคาย รากใช้รับประทานเป็นยาแก้อาการปวดเมื่อยล้า ครั่นเนื้อครั่นตัว ช่วยแก้ลักษณะของการปวดข้อรวมทั้งคอ แล้วก็คนทางภาคเหนือบ้านเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับเพศชาย กินแล้วคึกคักราวกับม้า 3 ตัว ก็เลยมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนหมอยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยสามี” กล่าวอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าใดก็ยังสามารถมีลูกมีผัวได้ อายุมากแค่ไหนก็ยังดูสาวเสมอ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านทานเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้อาการปวด คลายกล้ามเนื้อของมดลูก บำรุงหัวใจ ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม มีฤทธิ์เสมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยั้งโรคเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิต้านทาน ต้านทานอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะ ยั้งพิษต่อตับ ช่วยลดความดันเลือดต้นรากสามสิบมีคุณประโยชน์ในประเด็นการฟื้นฟูความสาว เป็นสมุนไพรที่ได้กล่าวเอาไว้ในคัมภีร์พระเวท ของอินเดีย มีชื่อเป็นภาษาบาลีสันสกฤตว่า ศตาวรี (Shatawari) มีความหมายว่า ต้นไม้ที่มีรากเป็นร้อยๆหรือบางแบบเรียนคือผู้หญิงที่มีสามีเป็นคนร้อยคน กล่าวได้ว่ามีการใช้สมุนไพรประเภทนี้มานานเป็นพันๆปีในอินเดียนิยมรับประทานน้ำคั้นสดกับนม ต้มน้ำคั้นสดกับนม หรือผงแห้งกับเนย และยังคงใช้เป็นยาฯลฯ ได้แก่ แก้ไอ รักษาโรคแผลในกระเพาะ แก้บิด แก้ไข้ แก้อักเสบ แก้ท้องขึ้น บำรุงนม ขับฉี่ ส่วนการใช้ผลดี รากสามสิบในด้านอื่นๆก็มีอีกเป็นต้นว่า ในอินโดนีเซียนำรากที่มีลักษณะเป็นหัวใบฉาบน้ำตาลใช้เป็นของหวาน ในอินโดนีเซียใช้หัวเคลือบน้ำตาลรับประทานเป็นยากระตุ้นความสามารถทางเพศ ใช้กระตุ้นนมในวัวนม และใช้เป็นไม้ประดับ ในไทยนำรากไปเชื่อมหรือแช่อิ่มรับประทาน ทางภาคใต้นำส่วนเหนือดินมาใส่เอาไว้ภายในแกงส้มแล้วก็แกงเลียง
คุณประโยชน์ ดอกดาวเรือง
ดอกดาวเรือง [/b]รสขม ฉุนนิดหน่อย ใช้ละลายเสมหะ, แก้เวียนหัว, ตาแดง, ลดไข้, บำรุงตับ, แก้ร้อนใน,ไอหวัด,โรคไอกรน, เต้านมอักเสบ, เป็นแผลมีหนอง, บำรุงสายตาใบ รสเปียกเย็นมีกลิ่นฉุน ใช้แก้ฝีหนอง อาการบวมโดยไม่รู้เรื่องต้นสายปลายเหตุ,ลดการต่อว่าเชื้อ น้ำมันหอมระเหย มีคุณประโยชน์แก้วิงเวียนหัว หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง สามารถคุ้มครองป้องกันผิวแห้ง ผิวแตกลาย บำรุงผิว บำรุงเส้นผม
ราก มีรสขมเผ็ดบางส่วน มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดแล้วก็ตับ ใช้เป็นยาระบายน้ำคั้นจากใบใช้แก้อาการหูเจ็บ ปวดหู ช่วยแก้ลักษณะของการปวดฟัน ช่วยรักษาปากยุ่ย แผลเน่า ช่วยแก้ลักษณะของการปวดท้อง ใช้เป็นยาขับพยาธิเภสัชตำรับของประเทศเม็กซิโก เคยใช้ดอกรวมทั้งใบต้มน้ำกินใช้ขับลมแล้วก็ขับเยี่ยว  ในอินเดีย น้ำคั้นจากดอกใช้ฟอกโลหิตแล้วก็แก้ริดสีดวงทวาร ในบราซิล ใช้ดอกชงน้ำหรือต้นน้ำกิน แก้อาการปวดตามข้อ
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ประกอบด้วยสารที่มีผลต่อการบำบัดรักษาโรคหลายชนิด แบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆคือ สารจำพวกที่ละลายน้ำ 30% สารละลายอินทร์ 65% แล้วก็สาระเหย 5% มีสาระสำคัญอย่างเช่น polysaccharide, triterpenoids, Germanium, Ganoderic, Essence รวมทั้งวิตามินและแร่ ซึ่งช่วยสร้างภูเขาไม่ต่อต้านทางโรค ต้านมะเร็ง บำรุงตับ บำรุงสมองและก็ระบบประสาท ปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย เหมาะสำหรับบำรุงร่างกายเนื่องด้วยมีความปลอดภัยสูง โพลีแซคคาไรค์ (polysaccharide) เป็นสาระสำคัญในเห็ดหลินจือที่จะช่วยเสริมสร้างลักษณะการทำงานของร่างกาย คือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต้านโรคมะเร็ง คุ้มครองป้องกันการลุกลุกลามของเซลล์มะเร็ง ช่วยทำให้ปรุงการทำงานของตับอ่อน ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยกำจัดสารพิษ แม้กระนั้นด้วยเหตุว่า polysaccharide มีองค์ประกอบที่สลับซับซ้อนอาจจะเป็นผลให้ย่อยยากควรต้องกินวิตามินซีหรือของกินที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยในการซับสาร polysaccharide ไปสู่ร่างกายเยอร์มาเนียม (Germaniuum) ในดอกเห็ดหลินจือมีเยอร์มาเนียมมากถึง 800 – 2000 ppm สารเยอร์มา – เนียมมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  • ออกสิเจนในเลือด 4. รักษามะเร็ง
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย 5. ทำให้การไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น
  • สมอง บำรุงประสาท 6. กำจัดสารพิษ บำรุงตับ รักษาตับ


สามเทอร์ปีนอยด์ (Tritepenoids) มีประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายดังต่อไปนี้

  • ต้านมะเร็ง 4. ลดวัวเลสเตอรอคอยล ปรับไขมันภายในร่างกายให้ปกติ
  • ควบคุมระดับความดันเลือดให้ปกติ 5. เสริมสร้างระบบย่อยอาหารให้
  • ควบคุมภูมิแพ้ 6. กระตุ้นรูปแบบการทำงานของเม็ดเลือดขาว


สารกาโนเดอริก (Ganoderic Essence) ช่วยลดระดับความดันเลือด ลดไขมันในเส้นโลหิตรวมทั้งคุ้มครองการ
ตันของไขมันด้านในเส้นโลหิต

Tags : ขายกวาวเครือขาว

หน้า: [1] 2